ธรรมะ

จริยธรรม

ธรรมะ

พิมพ์ครั้งแรกใน วารสารธรรมศาสตร์
มกราคม ๒๕๐๕

 

 

 

ในฐานะที่ผมเป็นศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ เมื่อทางมหาวิทยาลัยจะออกวารสาร ธรรมศาสตร์ จึงใคร่ขอเสนอข้อคิดเป็นการคารวะและเป็นการรำลึกคุณท่านอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประศาสน์วิทยาการเป็นบุพการีในมหาวิทยาลัย

สีของธรรมศาสตร์ คือ สีเหลือง–แดง และเพลงปลุกใจก็มีความตอนหนึ่งว่า “เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต” ฉะนั้นใคร่จะพิจารณาว่า อะไรคือธรรมะ

ในปทานุกรมไทยอธิบายไว้ว่า “ธรรม คือ คุณความดี ความชอบ...คำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา มรรคผลนิพพาน ปัญญาความรู้ของจริง ความจริง เหตุบุญกุศล ความถูกต้อง กฎหมาย ถ้อยความ อารมณ์...” ทั้งนี้แสดงว่ามีความหมายได้หลายประการล้วนแต่เป็นเรื่องที่ดีและที่ชอบ แต่ธรรมะมิได้มุ่งหมายถึงกฎหมายอย่างเดียว มีความหมายกว้างขวางยิ่งไปกว่ากฎหมาย คือรวมทั้งความดีความชอบตามสามัญสำนึกด้วย ในด้านนักปรัชญาโรมันก็ได้มีสุภาษิตไว้ว่า “Jus est ars boni et aequi” แปลว่า ธรรมศาสตร์คือศิลปศาสตร์แห่งความดีและความยุติธรรม เมื่อวิเคราะห์และวิจารณ์แล้วก็จะเห็นได้ว่า อรรถาธิบายของไทยและโรมันมีข้อความสอดคล้องต้องกัน

ถ้าจะมีปัญหาถามว่า เพราะเหตุใดจึงจะต้องประพฤติธรรมพุทธภาษิตมีตอบไว้หลายประการ ข้อหนึ่งที่พวกเราเรียนรู้ประจำใจ ก็เห็นจะเป็นพุทธภาษิตที่ว่า “ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ” แต่ถ้าจะมีผู้แผลงสอดซักถามเป็นปัญหาว่า มีบุคคลบางท่านซึ่งประพฤติธรรมแล้วไม่เห็นได้รับความป้องกันอารักขาจากธรรมะนั้นเลย ในโลกนี้มีความอยุติธรรมอยู่เป็นอันมาก เช่นนี้ผมมีความเห็นว่าผู้ประพฤติธรรมนั้นคงจะไม่ได้ประสงค์มุ่งหวังหาผลตอบแทนเสมอไป คือ ประพฤติธรรมเพื่อความดี ความชอบ ความเป็นจริง เพื่อความยุติธรรมให้มากที่สุดที่จะมากได้ ก็จะเป็นอานิสงส์อยู่ในตัวแล้ว

เมื่อแรกเริ่มตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้นมานั้น มีแต่คณะธรรมศาสตร์คณะเดียว บัดนี้มหาวิทยาลัยนี้ได้แยกแยะออกไปเป็นหลายคณะ ฉะนั้นผมจึงหวังว่าข้อคิดสั้นๆ ข้างต้นนี้คงจะเป็นข้อเตือนใจนักศึกษารุ่นหลังๆ ได้บ้างว่า ถึงแม้ว่าตนจะเรียนอยู่ในคณะหรือแขนงต่างๆ ในธรรมศาสตร์ จุดมุ่งหมายสำคัญที่จะยึดถือ คือ ธรรมะสมตามชื่อของมหาวิทยาลัยและวารสารนี้