ปัญหาประชากรโดยทั่วไป

ปัญหาประชากรโดยทั่วไป

การสัมมนาผู้แทนสื่อมวลชนเรื่อง ปัญหาประชากรของประเทศไทย

เมื่อวันที่ ๒๑–๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๒ ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

 

 

๑๙ พฤษภาคม ๒๕๑๒

 

เรียน ท่านผู้แทนสื่อมวลชน และท่านผู้อื่น ซึ่งร่วมสัมมนา

ผมมีความเสียใจที่ไม่สามารถมาร่วมสัมมนาในเรื่องที่สำคัญครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะผมไม่เล็งเห็นความสำคัญ เรื่องที่ท่านจะสัมมนากันเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง และไม่ใช่เพราะผมหย่อนความเคารพในท่านผู้จัดการสัมมนา แต่ที่ไม่สามารถมาเชียงใหม่ครั้งนี้ ก็เพราะในระยะปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ผมมีหน้าที่ผูกพันอยู่กับราชการหลายด้าน ทำให้ปลีกตัวจากกรุงเทพฯ มาร่วมขันโตก ชมดอกไม้ไฟกับท่านทั้งหลายหาได้ไม่

อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่า ข้อความที่ผมเขียนส่งมาร่วมเป็นบรรณาการนี้ ท่านทั้งหลายจะรับไว้ประกอบการพิจารณาของท่านทั้งหลาย

เคารพทุกท่าน

ป๋วย อึ๊งภากรณ์

 

 

ทำไมเราจึงคิดว่าประเทศไทยมีปัญหาประชากร?

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ประชาชนชาวไทยเรานี้เป็นแชมเปี้ยนการผลิตเด็ก ใครๆ ทั่วโลกเขาผลิตกันน้อยกว่าเรา และการเพิ่มประชากรของโลกก็เฉลี่ยประมาณร้อยละ ๒ ต่อปี แต่ไทยเราเพิ่มประชากรกันปีละร้อยละ ๓ และยังมีเศษ ซึ่งผู้รู้บางท่านว่าเป็น ๓.๒% บางท่านว่า ๓.๔% อย่างไรก็ตาม ก็มากกว่า ๓% และยิ่งกรุงเทพฯ ด้วยยิ่งเพิ่มขึ้นมาก เพราะคนในหัวเมืองอพยพเข้าไปทำมาหากินกันในกรุงเทพฯ ทำให้ประชาชนของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นประมาณปีละ ๕–๖%

ถ้าคนไทยเราเป็นไก่ และเป็นไก่ชนิดที่ไข่ดก ก็ไม่มีปัญหา หรือถ้าคนไทยเราเป็นโค ที่ให้นมได้มาก ก็ไม่มีปัญหา เพราะเราจะถูกส่งไปชิงชนะเลิศได้ กลับดีเสียอีก แต่นี่คนไทยเราไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานออกลูกมา ก็ใช้กินแบบไข่หรือนมไม่ได้ ฉะนั้นจึงเกิดเป็นปัญหา

ท่านผู้ร่วมสัมมนาจะได้พิจารณาปัญหาต่างๆ ตามที่ท่านผู้จัด
การสัมมนาได้เตรียมเอาไว้ เช่น ปัญหาสังคมและการศึกษา ปัญหาด้านอนามัยและสาธารณสุข ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านเกษตรและที่ดิน เป็นต้น

การขบปัญหาประชากรที่พาดพิงไปถึงปัญหาต่างๆ นั้น ข้อใหญ่ใจความก็คือ พยายามให้คนไทยเราสามารถวางแผนครอบครัวได้ คือใครอยากมีลูก แต่ยังไม่มี พอจะช่วยให้มีได้ก็ช่วยให้มี ใครอยากมีลูกไม่มากนักก็ช่วยให้มีไม่มากนัก ใครอยากมีลูกแต่ไม่อยากให้มีถี่นัก อยากจะเว้นระยะเสียบ้าง แม่จะไม่โทรม (ทั้งรูปร่างของแม่ก็จะงดงามแต่งตึงดีเสียด้วย) ก็ช่วยให้มีได้ตามระยะเวลาที่ประสงค์ ใครที่แต่งงานแล้วยังไม่อยากมีลูก อยากจะตั้งเนื้อตั้งตัวเสียก่อน แล้วจึงมีลูก ก็ช่วยให้รอได้ตามปรารถนา เช่นนี้เรียกว่า การวางแผนครอบครัว

พูดกันทำไมมี การวางแผนครอบครัวก็คือการใช้วิทยาศาสตร์และอำนาจจิตของมนุษย์ ช่วยให้มนุษย์ส่งเสริมธรรมชาติ ควบคุมบังคับธรรมชาติ บันดาลให้เป็นไปตามความปรารถนาของมนุษย์ ซึ่งเป็นของดี

การขจัดทุกข์บำรุงสุขของมนุษย์แต่ละคน

ที่ผมว่าการวางแผนครอบครัวเป็นของดีนั้นพิจารณากันได้หลายทาง เช่น พิจารณาจากด้านเศรษฐกิจส่วนรวมก็ได้ แล้ววิเคราะห์กันไปว่าประเทศไทยควรจะลดอัตราเพิ่มประชากรลงเหลือกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น

ผมเองไม่ขัดข้องที่จะมีพิจารณาเป็นส่วนรวมอย่างว่า แต่เห็นว่าวิธีพิจารณาที่น่าจะสนับสนุนมากคือ การพิจารณาจากแง่ขจัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎรแล้วดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์นั้น

หลัก “ขจัดทุกข์บำรุงสุข” เข้าใจได้ง่าย และใกล้เคียงกับหลักสาธารณสุข ที่เราถือและเชื่อและปฏิบัติกันมาโดยไม่มีปัญหาอะไร กล่าวคือ เรากลัวอหิวาตกโรค กลัวโรคฝีดาษ กลัวโรคมาลาเรีย รัฐบาลท่านก็ช่วยบำบัดให้โดยมีการปลูกฝี ฉีดยา ฉีดยาฆ่ายุง เป็นต้น หรือเมื่อเราเจ็บป่วยลง มีปัญหาทางสุขภาพ เช่น เป็นโรคปอดบวม รัฐบาลท่านก็จัดให้มีโรงพยาบาลไว้ช่วยบำบัดโรค เป็นต้น

โรคที่เรากลัวและเราอยากจะให้บำบัด คือ โรคมีลูกไม่ได้ หรือโรคมีลูกดกจนห้ามล้อไม่อยู่ หรือโรคมีลูกถี่จนยับเยินไปทั้งแม่พ่อและลูก เราก็อยากให้รัฐบาลใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยบำบัดให้ เพราะเรารู้ว่ามนุษย์ที่เจริญแล้วเขาบำบัดกันได้ผลดี และในประเทศที่เจริญแล้ว รัฐบาลเขาถือเป็นหน้าที่ที่จะช่วยบำบัดให้ทำนองเดียวกันกับรัฐบาลไทยเราซึ่งเจริญแล้ว ช่วยบำบัดขจัดโรคฝีดาษ เป็นต้น

คนที่อยากมีลูก แต่ไม่มีลูกนั้น บางคนก็เฉยๆ ไม่เดือดร้อน แต่บางคนก็มีความทุกข์ (แม้คนแก่บางคนก็ยังอยากมีลูก ถ้าไม่มีก็เกิดทุกข์) ถ้าใครมีความทุกข์ ก็ควรจะได้ช่วยเหลือพิจารณาดูที่สาเหตุที่ไม่มีลูกนั้นอยู่ที่ไหน แก้ไขได้หรือไม่ บางคู่ก็แก้ไม่ได้ แต่ส่วนมากเขาค้นพบกันว่า แก้ได้ง่าย โดยใช้ยาช่วยหรือโดยคำแนะนำของแพทย์

คนที่มีลูกมากๆ มักจะประสบปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม อย่างที่เราพูดกันอยู่เสมอว่า คนนั้นคนนี้มีลูกมากจนเลี้ยงไม่ไหว หรือจนเพราะลูกมาก และคนเรายิ่งจนลง ก็ยิ่งมีทางเพลิดเพลินเบิกบานอารมณ์น้อยลง ฉะนั้น คนจนจึงยิ่งมีลูกมากกว่าคนรวย เด็กที่พ่อแม่เลี้ยงไม่ไหวนั้นก็จะเป็นปัญหาแก่ตนเองและสังคม อย่างไรก็ตาม การที่ใครอยากจะมีลูกสักเท่าใดนั้นก็เป็นสิทธิของมนุษยชน คนจนที่สุดที่อยากจะมีลูกมากที่สุดนั้นก็ต้องตามใจเขา ข้อสำคัญนั้นก็คือเรามีบริการสาธารณะหรือเปล่า มีนโยบายและมาตรการของรัฐบาลหรือเปล่าที่จะช่วยคนที่อยากมีลูกน้อย เพื่อให้เลี้ยงได้พอประมาณกับกำลังของตน แต่ห้ามล้อไม่เป็น ยับยั้งเองไม่ได้ ให้เขาได้รับประโยชน์จากวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

การกำหนดว่างระยะที่จะมีลูกนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้ามีลูกกันหัวปีคนท้ายปีคน บางคนก็อาจจะสู้ไหว แต่บางคนก็จะได้รับความเดือดร้อน ทรุดโทรมทั้งร่างกายและจิตใจ ที่กล่าวนี้หมายถึงทั้งพ่อทั้งแม่ แต่แม่นั่นแหละจะเดือดร้อนกว่าพ่อ เพราะคนเป็นผู้ให้กำเนิดเด็กโดยใช้ร่างกายอวัยวะอันละเอียดอ่อนเป็นที่ฟูมฟัก เปิดโอกาสให้โรคภัยเบียดเบียนได้ง่ายเมื่อมีลูกแต่ละครั้ง และจิตใจกังวลก็ทำให้หงุดหงิดได้ง่าย ทำให้พ่อรับความสะเทือนเดือดร้อนไปด้วย รวมทั้งลูกๆ ด้วย

ฉะนั้นการกำหนดนโยบายว่าประเทศไทยต่อไปนี้จะมีบริการอันเป็นสาธารณูปการอีกแขนงหนึ่ง คือ การวางแผนครอบครัว จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร ซึ่งเป็นความมุ่งหมายสำคัญของนโยบายพัฒนาประเทศ

ความจริงรัฐบาลไทยก็ได้เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ และได้มีบริการคุมกำเนิดแอบแฝงอยู่กับการปฏิบัติงานของกระทรวงสาธารณสุขอยู่บ้าง แต่ที่ได้ปฏิบัติมานั้นยังไม่สมบูรณ์ เพราะยังมิได้ถือเป็นนโยบายโดยชัดแจ้ง ตราบใดที่ยังไม่ได้กำหนดนโยบายชัดแจ้งออกมา การปฏิบัติงานเรื่องการวางแผนครอบครัวบางด้านจะยังทำไม่ได้ถนัด เช่น ด้านการเผยแพร่อบรมราษฎรให้มีความเข้าใจดี เข้าใจถูกต้อง (ขณะนี้คนส่วนมากยังเข้าใจผิดว่า การใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดอาจจะทำให้เป็นบ้าไปได้ เช่นเดียวกับเข้าใจผิดหลงเชื่อว่า ถ้าปลูกฝีแล้วอาจมีอันเป็นไปต่างๆ) ด้านการส่งเสริมการวิจัย (ด้านมีการวิจัย เพราะลางเนื้อชอบลางยา และเราควรจะทราบถึงคุณและโทษแห่งวิธีต่างๆ ที่เราใช้คุมกำเนิดโดยแน่ชัด และหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไทยแต่ละคน แต่ละประเภท) ตลอดจนด้านการเงิน การงบประมาณ เพื่อบริการและวิจัยให้ได้ผลจริงจัง

การขจัดทุกข์บำรุงสุขของคนทั้งประเทศ

การปล่อยให้ประชากรเพิ่มขึ้นตามยถากรรมนั้น นอกจากจะก่อให้เกิดความทุกข์ยากแก่มนุษย์แต่ละคนแล้ว ยังทำให้พวกเราทั้งประเทศมีความทุกข์ยากด้วย

ประการที่ ๑ ประเทศที่มีประชากรเพิ่มขึ้นมากโดยเร็วนั้น สาเหตุใหญ่มาจากการมีลูกมากอย่างหนึ่ง กับการที่คนแก่มีอายุยืนกว่าเดิมอย่างหนึ่ง (ซึ่งเป็นของดีเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเลว) ฉะนั้น เมื่อมีเด็กมากขึ้นๆ และคนแก่ก็มากขึ้นๆ จำนวนของหนุ่มสาววัยฉกรรจ์บวกกับคนกลางคน ด้านหนึ่ง (ซึ่งเป็นประเภทที่ทำมาหากิน) กับอีกด้านหนึ่ง จำนวนของเด็กไร้เดียงสา เด็กที่ต้องเข้าเรียนหนังสือบวกกัน คนแก่ที่พ้นวัยทำงานไปแล้ว (ซึ่งเป็นประเภทที่ไม่ทำมาหากิน) เอาจำนวนทั้ง ๒ ด้านมาเทียบกัน สัดส่วนย่อมจะเปลี่ยนแปรไปในทางลดสำหรับด้านแรก พูดสั้นๆ คือคนที่จะทำงานหาเลี้ยงคนทั้งประเทศนั้น มีอัตราส่วนน้อยลง ทำให้พัฒนาเศรษฐกิจไม่ได้ถนัด นับว่าเป็นทุกข์ของประเทศ ซึ่งจะขจัดได้ด้วยการวางแผนครอบครัว

ประการที่ ๒ ประเทศที่มีเด็กเกิดมากและรวดเร็ว จะต้องจัดหาโรงเรียนให้เด็กเหล่านั้นมากขึ้นและโดยรวดเร็ว จะได้ทันกัน นอกจากนั้นประเทศไทยเรานี้การศึกษาก็ล้าหลังอยู่แล้ว เราพยายามจะขยายการศึกษาให้ทุกคนเรียนหนังสืออย่างน้อยคนละ ๖–๗ ปี (คือขยายจากบังคับ ๔ ปี) จะทำได้อย่างไรภายในเวลาอันสมควร ถ้าเรายังมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการผลิตเด็กอยู่แต่อย่างเดียว ตัวอย่างที่น่าอนาถคือเมื่อเร็วๆ นี้ มีตัวเลขแสดงว่าในปีการศึกษา ๒๕๑๒ นี้ในกรุงเทพฯ จะมีเด็กเข้าเกณฑ์การศึกษาชั้นประถมปีที่ ๑ จำนวน ๓๕,๐๐๐ คน แต่โรงเรียนเทศบาลจะรับได้เพียง ๑๔,๐๐๐ คน ที่เหลือท่านว่าจะเข้าโรงเรียนราษฎร์ และโรงเรียนอื่นๆ พูดอย่างนี้ ถ้าไม่คิดก็เย็นใจ แต่ถ้าเอาฝ่าเท้าตรองสักนิด ก็จะเห็นว่าใจเย็นไปไม่ได้ เพราะที่เหลืออีก ๒๐,๐๐๐ กว่าคนนั้น จะไม่มีโรงเรียนอื่นๆ รับเข้าอย่างน้อย ๑๐,๐๐๐ คน พ่อแม่ที่ไม่สามารถจัดให้ลูกเข้าเรียนหนังสือได้นั้น น่าละอายใจและมีความทุกข์ฉันใด ประเทศที่ไม่สามารถจัดให้เด็กเข้าเรียนหนังสือทั่วถึงกัน ก็ฉันนั้น น่าละอายใจและมีความทุกข์ การวางแผนครอบครัวเป็นวิธีหนึ่งที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประเทศได้ดี

ยังมีข้อที่ควรกล่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้อีกหลายประการด้วยกัน แต่ถ้าผมจะชิงกล่าวเสียหมด ท่านวิทยากรอื่นๆ ก็คงจะบ่นอุบอิบว่า ผมช่างเขียน ช่างพูด แย่งพูดเสียหมด และอีกประการหนึ่งท่านผู้แทนสื่อมวลชนซึ่งมาร่วมสัมมนา ก็น่าจะได้โอกาสพูดและแสดงความเห็นของท่านเองด้วย จึงจะสมที่เป็นการสัมมนาจริงๆ และสมกับที่ท่านเป็นผู้แทนสื่อมวลชนจริงๆ

แต่มีข้อสุดท้ายอีกข้อหนึ่งซึ่งผมใคร่จะเสนอท่านเกี่ยวกับความเข้าใจผิดว่า ถ้าคนไทยคุมกำเนิดและถ้าคนจีนไม่คุมกำเนิด ต่อไปคนจีนจะมีจำนวนมากเกินขอบเขต ข้อนี้ขอเรียนเสนอตอบ ๒ ประการ คือ (๑) คนจีนนั้นถ้าได้รับคำอบรมแนะนำให้เข้าใจดีแล้ว ก็จะคุมกำเนิดไม่แพ้คนไทยเหมือนกัน เพราะใครเล่าเมื่อมีโอกาสที่จะได้บำบัดทุกข์บำรุงสุขแล้ว จะไม่ถือโอกาสนั้น อนึ่ง ในทวีปเอเชียนี้ประเทศที่ดำเนินการและนโยบายวางแผนครอบครัวได้ผลดีที่สุดขณะนี้คือ ประเทศจีน (ไต้หวัน) และเกาหลีใต้ และ (๒) นโยบายการชักจูงให้ลูกหลานจีนกลายเป็นคนไทยซึ่งเราได้ดำเนินมาเป็นผลสำเร็จหลายร้อยปีมาแล้วนั้น ควรจะดำเนินต่อไปอีก เพราะถ้าจะถือว่าปู่ย่าตายายพ่อแม่ใครมาจากเมืองจีน แล้วจะต้องเป็นจีนไปอีกหลายชั่วโคตรแล้ว ก็จะมีรัฐมนตรีหลายท่าน และผู้รักชาติไทยอีกเป็นอันมาก ถูกถือว่าเป็นจีนไป ฉะนั้นการถือเช่นนั้นเป็นการถือที่เป็นอันตราย เป็นการถือที่มิชอบ ควรขจัดทุกข์บำรุงสุขด้วยการยึดมั่นในนโยบายชักจูงลูกหลานจีนให้เป็นคนไทยเสียอย่างหนึ่ง กับยึดมั่นนโยบายวางแผนครอบครัวอีกอย่างหนึ่ง