โครงการพัฒนาชนบท แบบผสมผสานลุ่มน้ำแม่กลอง

โครงการพัฒนาชนบท
แบบผสมผสานลุ่มน้ำแม่กลอง

ประยงค์ เนตยารักษ์ แปลจากสุนทรพจน์เรื่อง
メThe Meklong Integrated Rural Development Programmeモ

ในโอกาสที่ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ณ มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๑๗

 

 

 

ท่านแชนเซลเลอร์ ท่านสุภาพสตรี และท่านสุภาพบุรุษ

เนื่องในวโรกาสอันเป็นเกียรติแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในวันนี้ ข้าพเจ้าใคร่ขอแสดงความขอบคุณต่อมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ที่ให้เกียรติโดยการมอบปริญญาบัตรให้แก่พวกข้าพเจ้าทั้ง ๔ คน ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นประสบการณ์ใหม่อันน่าภาคภูมิใจยิ่งที่ได้รับเกียรตินี้ โดยมิต้องผ่านการถูกเคี่ยวเข็ญจากอาจารย์ผู้สอน โดยมิต้องหวาดผวากับการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า และโดยมิต้องผ่านการเขียนวิทยานิพนธ์ ซึ่งต้องแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่ามันเป็นภาระที่น่าเบื่อหน่ายมากสำหรับทั้งผู้เขียนเองและท่านกรรมการผู้อ่านวิทยานิพนธ์ ด้วยเหตุฉะนี้ พวกเราจึงรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับเกียรติที่พวกเราได้รับในวันนี้

ในความรู้สึกส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้ามีความรู้สึกทั้งภาคภูมิใจและไม่สบายใจไปพร้อมๆ กัน ที่รู้สึกภาคภูมิใจเพราะได้มีโอกาสมาเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และได้มีโอกาสพบปะกับนักวิชาการที่เด่นๆ ของมหาวิทยาลัย ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายใจก็เพราะว่าต่อไปในอนาคต การปฏิบัติงานของข้าพเจ้าอาจจะมีข้อบกพร่องมากมายจนทำให้ท่านทั้งหลายต้องผิดหวังต่อการที่ได้ยกย่องให้เกียรติแก่ข้าพเจ้าในวันนี้ สิ่งที่ข้าพเจ้าพอจะให้ความมั่นใจแก่ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายได้ก็คือ ข้าพเจ้าจะพยายามปฏิบัติงานให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้ท่านทั้งหลายผิดหวัง

เมื่อพูดถึงความผิดหวัง มันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ทั่วไป ที่วันนี้ปวงชนจะพากันดีอกดีใจต่อความสำเร็จสมประสงค์ที่บางทีมันอาจจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่หลังจากวัน เดือน หรือปีผ่านไปแล้ว พวกเขาก็จะมาคิดได้ว่าสิ่งที่สำเร็จสมประสงค์ครั้งนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงภาพลวงตา ตอนนี้พวกเขาก็จะมีแต่อารมณ์เสียและรู้สึกผิดหวัง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอารมณ์ของคนเรานั้นมักจะถูกชักนำโดยมติมหาชน แต่มติมหาชนก็เหมือนพระเอกละครที่ต้องเปลี่ยนไปได้อยู่เสมอๆ พระพุทธเจ้าได้ทรงเทศนาสั่งสอนพวกเราไว้ว่า ให้มองความสำเร็จและความล้มเหลวเสมือนสิ่งที่ไม่มั่นคงถาวร ไม่มีแก่นสาร เราจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งทั้ง ๒ นี้ด้วยจิตใจอันสงบและเยือกเย็น

มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เป็นเสมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว มีความคาดหมายและความผิดหวัง ได้รับการยกย่องสรรเสริญและการถูกวิพากษ์วิจารณ์ มติมหาชนจะแสดงออกเป็นการยกย่องสรรเสริญ เมื่อมหาวิทยาลัยมีการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์สำเร็จขึ้นมา เมื่อมีความก้าวหน้าทางวิชาการที่ปรากฏเด่นชัด หรือเมื่อนักศึกษาก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ตรงกับความปรารถนาของปวงชน เช่น การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลไทยเมื่อปีที่แล้ว[1] มีอยู่บ่อยครั้งทีเดียวที่การแสดงออกของมติมหาชนดังกล่าวนั้นมากจนเกินไป การแสดงออกที่มากเกินไปนี้ยิ่งทวีสูงขึ้นเมื่อมหาวิทยาลัย อาจารย์ และนักศึกษาถูกโจมตี โดยมีความคิดเห็นว่านักศึกษาเป็นตัวน่ารำคาญ เป็นคนปกครองยาก ไม่เรียบร้อย ไม่มีศีล-
ธรรม และมีกิริยาท่าทางที่เลวผิดมนุษย์ คณาจารย์เป็นพวกกาฝาก และมหาวิทยาลัยคือหอคอยงาช้างซึ่งเป็นแหล่งผลิตพวกที่มีหัวรุนแรง พวกที่ไม่ต้องการให้มีรัฐบาลหรือกฎหมาย และพวกติดยาเสพติดให้โทษ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจจะชี้ว่ามหาวิทยาลัยนั้นได้ประโยชน์น้อย มีต้นทุนสูงเมื่อเทียบกับการศึกษาระดับอื่นๆ

ท่านแชนเซลเลอร์ ข้าพเจ้ามีความเห็นว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ ควรจะเดินไปตามทางแห่งความหวานชื่นและขมขื่นของตัวเอง โดยมิจำเป็นต้องนำพากับการเปลี่ยนกลับไปกลับมาของมติมหาชน ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาก็คือ เรากำลังทำอะไรที่เป็นการรับใช้สังคมอยู่หรือเปล่า

ในปัจจุบันนี้ เพื่อเป็นการรับใช้สังคม ๓ มหาวิทยาลัยในประเทศ
ไทยได้ร่วมกันทำโครงการพัฒนาชนบท โดยไม่คำนึงถึงว่าประชาชนจะคิดอย่างไร ๓ มหาวิทยาลัยนี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (การเกษตร) มหาวิทยาลัยมหิดล (การแพทย์) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สังคมศาสตร์) โครงการที่ร่วมกันทำนี้เรียกว่าโครงการพัฒนาชนบทแบบผสมผสานลุ่มน้ำแม่กลอง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๑,๔๗๐,๐๐๐ เฮกตาร์[2] มีประชากรทั้งหมดประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน อาณาเขตครอบคลุมของโครงการประกอบด้วยบางส่วนของ ๗ จังหวัด[3] ที่ตั้งของโครงการนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยมีเขตของโครงการที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุดประมาณ ๕๐ กิโลเมตร แนวเขตของโครงการด้านทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำท่าจีนซึ่งไหลผ่านจังหวัดนครปฐม ส่วนทางด้านทิศตะวันตกติดกับแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำสายนี้เป็นที่ไหลรวมของแควน้ำสายต่างๆ แควน้ำสายหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก มีชื่อว่าแม่น้ำแคว ซึ่งมีสะพานข้ามแควน้ำที่มีชื่อเสียงมาก[4] พื้นที่ของโครงการนี้เป็นแหล่งที่ได้รับความสนใจจากนักวิชาการทั้งนักสังคม-
ศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนักเกษตรศาสตร์ ทั้งนี้เพราะมีปัญหาต่างๆ มากมาย นักสังคมศาสตร์จะต้องติดต่อกับประชาชนอย่างน้อย ๔ เชื้อชาติ ๔ ภาษา ต้องหาทางแก้ปัญหาการถือครองที่ดิน โจรผู้ร้าย การบริหารราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ การไม่รู้หนังสือ ความล้มเหลวของระบบสหกรณ์ สิ่งที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมานี้ยังไม่หมด ยังมีปัญหาต่างๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกมาก นักวิทยาศาสตร์การแพทย์จะต้องหาทางแก้ปัญหาการป้องกันไม่ให้เกิดโรค และการรักษาโรคต่างๆ การวางแผนครอบครัว การมีบ้านที่ถูกสุขลักษณะ และการรักษาร่างกายให้สมบูรณ์ปราศจากโรค การโภชนาการ และภาวะอากาศ และน้ำเสีย ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะต้องแก้ไขโดยรีบด่วน ในพื้นที่โครงการมีลักษณะดินหลายชนิด และมีการปลูกพืชหลายชนิด เช่น ข้าว ผลไม้ ผักต่างๆ มันสำปะหลัง อ้อย ปศุสัตว์ มีการทำนาเกลือ การประมง และการจัดการในเรื่องน้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดและกระตุ้นความสนใจของนักวิทยาศาสตร์การเกษตรให้เข้ามาศึกษาอย่างยิ่งสำหรับกำลังคนที่จะใช้ในการทำโครงการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาจาก ๓ มหาวิทยาลัยนี้

เราได้เริ่มทำโครงการนี้เมื่อตอนต้นปี (พ.ศ.๒๕๑๗) และได้ทำการสำรวจไปแล้ว ๓ ประการคือ ประการแรกเป็นการค้นหาบริการต่างๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกของทางราชการที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประการที่ ๒ เป็นการหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับประชาชนและการดำเนินชีวิตของเขา และประการที่ ๓ เป็นการศึกษาและการวิเคราะห์ลักษณะของเนื้อดิน ขั้นต่อไปซึ่งเป็นขั้นเตรียม จะมีการส่งคณะผู้ปฏิบัติงานในท้องที่ ๖ คณะไปพักอาศัยอยู่กับชาวบ้านในหมู่บ้านที่ได้คัดเลือก ๖ หมู่บ้าน หมู่บ้านทั้ง ๖ นี้จะอยู่กระจัดกระจายไปทั่วโครงการ คณะ
ผู้ปฏิบัติงานในท้องที่แต่ละคณะจะประกอบด้วย อาจารย์ ๑ คน และนักศึกษาจำนวน ๓–๔ คน การเลือกผู้ปฏิบัติงานในแต่ละคณะนี้ จะเน้นที่การรวมกันและการร่วมมือกันของผู้ปฏิบัติงานที่มาจาก ๓ มหา-
วิทยาลัย ผู้ปฏิบัติงานในสนามนี้จะดำเนินชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเช่นเดียวกับชาวบ้าน โดยพยายามที่จะทำให้ชาวบ้านมีความเชื่อมั่นและศรัทธาสืบปัญหาของชาวบ้านในทุกๆ ด้าน ช่วยชาวบ้านให้เขาช่วยตัวเองได้ แนะนำหรือเสนอแนะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เป็นความต้องการของชาวบ้าน ปรับปรุงการทำมาหากินของชาวบ้าน สุขภาพ อนามัย การศึกษา และการปกครองตนเองของชาวบ้าน ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อของคณาจารย์ที่มีความประสงค์จะเป็นที่ปรึกษาของโครงการ ทั้งนี้เพื่อจะได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จาก ๓ มหาวิทยาลัยมาไว้สำหรับดำเนินโครงการ มีการสร้างสายการติดต่องานระหว่างผู้ปฏิบัติงานในสนามกับศูนย์ปฏิบัติงานของโครงการในกรุงเทพฯ โครงการพัฒนาต่างๆ ที่อยู่นอกเหนือความสามารถของมหาวิทยาลัยก็จะได้เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณและหน่วยงานของทางราชการเพื่อพิจารณาและดำเนินการ โดยทางโครงการจะสนับสนุนด้านข้อมูลต่างๆ ข้อเท็จจริง ความจำเป็นของท้องถิ่น และประเมินผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

 

เราคาดหวังอะไรจากโครงการพัฒนาชนบทแบบผสมผสานลุ่มแม่น้ำแม่กลองนี้

๑. คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างชาวชนบทกับข้าราชการในท้องถิ่น ทั้งนี้เนื่องจากข้อบกพร่องของระบบราชการและการบริหารงานสาธารณะในช่วง ๔๐ ปีที่ผ่านมา ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ทางราชการขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ

๒. โครงการนี้จะช่วยเสริมงานพัฒนาของรัฐบาลซึ่งได้เน้นที่การสร้างปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ปัจจัยเหล่านั้นก็ยังมีไม่มากพอที่จะแก้ปัญหาความยากจนและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวชนบทได้

๓. ชาวชนบทจะได้รับการสนับสนุนให้ช่วยตัวเองได้ และจะได้รับความช่วยเหลือในการจัดตั้งสถาบันเพื่อสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

๔. คณาจารย์และนักศึกษาจะได้รับความรู้อย่างเป็นระบบจากโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อเสริมจากสิ่งที่เขาเรียนรู้จากตำราและในห้องเรียน

๕. คณาจารย์และนักศึกษาจะได้ประโยชน์จากการทำงานพัฒนาที่ใช้วิชาการจากหลายสาขา

๖. มหาวิทยาลัยจะเรียนรู้ถึงวิธีการร่วมมือซึ่งกันและกัน และการทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยตรง

๗. จะมีการวิเคราะห์วิธีการพัฒนาแบบนี้เป็นระยะๆ เพื่อหาข้อดีและข้อบกพร่องต่างๆ บทเรียนที่ได้จากการประเมินนี้ บางทีอาจสามารถนำไปใช้พัฒนาในท้องที่อื่นๆ ของประเทศไทยได้ และอาจจะทำให้เป็นรูปแบบการพัฒนาทั่วๆ ไปได้

 

ตอนนี้มันอาจจะเร็วเกินไปที่จะกล่าวได้ว่า โครงการพัฒนาของทั้ง ๓ มหาวิทยาลัยนี้ประสบผลสำเร็จสมดังที่เราหวังเอาไว้หรือไม่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะไม่มีโครงการต่างๆ อีกมากมายที่สมควรจะได้รับการกล่าวถึงมากกว่าโครงการแม่กลองนี้ และโครงการที่ดีเด่นเหล่านั้นอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก อันรวมทั้งมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ด้วย ข้าพเจ้าต้องขออภัยต่อท่านผู้มีเกียรติอันทรงคุณวุฒิทั้งหลายในความอาจหาญของข้าพเจ้าที่พยายามยัดเยียดให้ท่านมามีส่วนร่วมในความหวังและความทะเยอทะยานต่อโครงการแม่กลองนี้ เราชาวเอเชียได้ชื่อว่าเป็นนักเดินทางที่ยิ่งใหญ่เสมอมา และในบันทึกของนักเดินทางเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าสนใจและตื่นเต้นยิ่ง ข้าพเจ้าก็เปรียบเสมือนนักเดินทางผู้หนึ่ง ถึงแม้ว่าเรื่องเล่าของนักเดินทางผู้นี้ไม่น่าสนใจหรือตื่นเต้น ข้าพเจ้าก็หวังว่าอย่างน้อยที่สุดที่ประชุมอันทรงเกียรติในที่นี้คงจะยอมรับเอาเรื่องเล่าของข้าพเจ้าเป็นสิ่งตอบแทนจากพวกเรา เพื่อแสดงความขอบคุณต่อท่านผู้มีเกียรติสำหรับเกียรติที่ท่านได้มอบให้แก่เรา

 

 

[1]     เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ – ผู้แปล

 

[2]     ประมาณ ๘,๘๒๐,๐๐๐ ไร่ – ผู้แปล

 

[3]     สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี – ผู้แปล

 

[4]     สะพานนี้สร้างขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ชื่อว่าสะพานข้ามแม่น้ำแคว – ผู้แปล