ปัญหาและลำดับในการพัฒนา

 

ปัญหาและลำดับในการพัฒนา

พิมพ์ครั้งแรกใน อนุสรณ์เศรษฐศาสตร์ ๒๕๐๘

 

 

 

แม้ว่าจะเป็นที่ยอมรับนับถือกันว่าประเทศไทยนั้นค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และมั่นคง แต่จะนิ่งนอนใจหาได้ไม่ รายได้เฉลี่ยต่อคนยังคงประมาณ ๑๐๐ เหรียญสหรัฐต่อปี ทั้งๆ ที่อัตราเฉลี่ยก็หามีประโยชน์สำหรับพวกที่อยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยนั้นไม่ ประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราสูง เรายังมีปัญหาอื่นๆ อีกนานาประการ

ข้าพเจ้าเห็นว่าบรรยากาศที่เหมาะเพื่ออำนวยความจำเริญทางเศรษฐกิจนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ๕ ประการดังต่อไปนี้

ก.  ระบบบริหารที่ดี ซึ่งจะทำให้ใช้กำลังคน เงิน และเวลาซึ่งมีอยู่จำกัดนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข.  เครื่องมือทางการคลัง และทางการงบประมาณที่มีประสิทธิ-
ภาพ ซึ่งสามารถประมาณ ควบคุม และรายงานรายได้รายจ่ายของรัฐบาลได้อย่างถูกต้องแน่นอน

ค.  ระบบการเงินและการธนาคารที่สามารถรักษาเสถียรภาพแห่งค่าของเงินตราทั้งภายในและภายนอกประเทศไว้ได้ โดยเปิดช่องทางให้ใช้จ่ายในการพัฒนาได้พร้อมกันไปด้วย

ง.  ภาวะที่เป็นธรรมในการผลิตและการค้า โดยไม่ให้มีอภิสิทธิ์
ต่างๆ และเปิดโอกาสให้แข่งขันกันได้ภายในขอบเขตที่กำหนดไว้ชัดแจ้ง

จ.  รัฐบาลดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อจัดให้มีความสะดวกขั้นพื้นฐานแก่การผลิตของเอกชน และในขณะเดียวกันจะไปกระตุ้นให้ประชาชนทุกคนต่างได้ใช้ความริเริ่มของตนเอง

การพัฒนาประเทศชาติในความหมายอย่างรวมๆ หรือในความหมายของสถิติอัตราเฉลี่ยหรือสถิติตัวเลขรวมนั้นสามารถทำให้เข้าใจผิดได้อย่างมาก ถ้าหากคนรวยยิ่งร่ำรวยมากขึ้นทุกที ในขณะที่คนส่วนใหญ่สิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว การพัฒนา “ส่วนรวม” จะนำความเดือดร้อนมาสู่คนส่วนใหญ่ มีคำพูดของรามอน แมกไซไซ อยู่ว่า “ผู้ที่เกิดมาแล้วมีน้อย กฎหมายควรจะช่วยให้มาก”

ฉะนั้น มาตรการในการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญที่สุดก็ควรได้แก่การก่อให้เกิดบรรยากาศทางเศรษฐกิจและสังคมในชาติให้ใกล้เคียงกับสภาพอุดมคติดังกล่าวมาแล้วนั้น ปัญหาทางด้านบริหารที่หนักหนาที่สุดในประเทศไทยขณะนี้ก็คือ

ก.  ใช้ระบบคณะกรรมการกันมากเกินไป จนทำให้เสียเวลาและกำลังงานอย่างมาก ทั้งทำให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนปัดความรับผิดชอบได้ง่าย

ข.  การทำงานซ้ำกันระหว่างกรมต่างๆ และระหว่างคณะกรรมการต่างๆ นั้น ทำให้สูญเสียกำลังและผู้ชำนาญในวิชาชีพซึ่งมีไม่พออยู่แล้ว

ค.  อภิสิทธิ์และการผูกขาดที่ยังคงมีอยู่นั้น ยังความร่ำรวยให้แก่คนไม่กี่คนที่ไม่ควรจะได้รับแต่เป็นผู้มีอำนาจ และทำให้คนส่วนมากที่อุตสาหะและมีความสามารถเกิดย่อท้อ

ง.  การละเลยและดูแคลนต่อคุณค่าของแรงงาน และความคิดริเริ่มของประชาราษฎร์ โดยมุ่งแต่เรื่องชาตินิยมอย่างผิดๆ หรือเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนตนแบบเห็นแก่ตัวถ่ายเดียว พูดสั้นๆ คือ ถ้าเราตัดความโลภความเหิมเห่อทะเยอทะยานส่วนตัวและความเห็นแก่ตัวออกเสียแล้ว อาทิตย์ก็จะฉายแสงแจ่มมาส่องโลกอันไม่ค่อยจะสมบูรณ์ของเราได้

ผู้ที่หมายมั่นแต่ในเป้าหมายอันสมบูรณ์ย่อมจะรอยุคพระศรีอาริย์
เสียเปล่า และจะไม่ได้ทำอะไรไปจนตาย นักปฏิวัติเช่นแมกไซไซ จะต่อสู้กับมารร้ายด้วยมือข้างหนึ่ง และพยายามเสริมสร้างด้วยมืออีกข้างหนึ่งพร้อมกันไป มาตรการที่ยังความงอกเงยในด้านพัฒนาการและการวางแผนพัฒนาจะต้องดำเนินต่อไปถึงแม้ภาวะอุดมคตินั้นยังจะไม่พร้อม ความต้องการพัฒนาหรือความต้องการที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดนั้น มีอยู่ทุกด้านในสภาวะเช่นนี้ ไม่มีทางอื่นนอกจากจะยึดหลักการที่ว่า “อะไรสำคัญทำก่อน”

ความหมายของ “อะไรสำคัญทำก่อน” ในความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้านั้นมีลักษณะในทางปฏิบัติ และสำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทย ดังต่อไปนี้

ก.  พัฒนาความชำนาญและความคิดริเริ่มของแต่ละบุคคล อันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาต่อไปในส่วนอื่นๆ ฉะนั้นการศึกษาและการฝึกฝนอบรมกำลังคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีวศึกษาต้องมาอันดับหนึ่ง

ข.  ให้การบริการความสะดวกและกระตุ้นความคิดริเริ่มของเอกชนในด้านการผลิตและการค้า ฉะนั้นการขนส่งและคมนาคม โดยเฉพาะทางหลวง ท่าเรือ และการตลาดก็ย่อมมีความสำคัญ

ค.  ช่วยให้โครงการที่เริ่มแล้วได้สำเร็จลุล่วงไป มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งไร้คุณค่าไป เช่น การกำจัดมาลาเรีย คูคลอง และคันกั้นน้ำในการชลประทาน

ง.  ช่วยคนส่วนใหญ่ในสิ่งที่เขาพยายามกระทำและเป็นสิ่งที่เขามีความเชี่ยวชาญ กล่าวคือส่งเสริมการเกษตรกรรมโดยทั่วไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบสินเชื่อเกษตร การกระตุ้นการส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยและเครื่องจักร การใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบภายในประเทศในโครงการทดลองริเริ่มทางอุตสาหกรรมต่างๆ

จ.  สนับสนุนอุตสาหกรรมที่เหมาะสมเพื่อที่จะถ่ายเทเกษตรกรที่มีจำนวนเกินส่วนและเพื่อเพิ่มรายได้ของแต่ละบุคคล ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกส่งเสริมอุตสาหกรรมแต่บางประเภท

หากทุกคนเป็นราชาแล้ว ทุกคนก็เป็นข้าราชสำนักด้วย ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะมีความสำคัญเป็นอันดับแรกไปเสียหมด โครงการที่ใช้เงินและคนไปขนาดหนึ่งแล้วในอดีตจะต้องลดลงมาอยู่อันดับรอง เพื่อที่จะได้พัฒนาการไปอย่างสมดุลกัน โครงการประเภทนี้สำหรับประเทศ
ไทยในแผนพัฒนาระยะที่ ๒ (๑๙๖๗–๑๙๗๑) นั้นข้าพเจ้าหมายรวมถึงการชลประทาน การไฟฟ้า การประปา การรถไฟ อนึ่ง ข้าพเจ้าใคร่จะเสนอแนะให้ใช้จ่ายน้อยลงเกี่ยวกับเมืองหลวง และเมืองใหญ่ๆ ทั้งหลาย แต่ให้ใช้จ่ายมากขึ้นสำหรับชนบทนอกเมืองทั่วประเทศ โดยสัตย์จริงแล้วข้าพเจ้าใคร่ที่จะเห็นการทุ่มเททรัพยากรไปยังภาคที่อัตคัดของราชอาณาจักร เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เหลียวแลเสียเลย แต่ความเร่งด่วนของภาคเหล่านั้นต้องถือว่าอยู่ลำดับรองลงไป