คณะเศรษฐศาสตร์ ในปีการศึกษา ๒๕๑๒

คณะเศรษฐศาสตร์
ในปีการศึกษา ๒๕๑๒

พิมพ์ใน อนุสรณ์เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ๒๕๑๒

 

 

 

ข้อความในบทนี้ จะเขียนเป็นทำนองรายงานความก้าวหน้าของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อเนื่องจากบทความที่ได้เขียนไว้ในเศรษฐศาสตร์อนุสรณ์ประจำปีการศึกษา ๒๕๑๑

นักศึกษาใหม่

ในปีการศึกษา ๒๕๑๒ มีนักศึกษาใหม่ ซึ่งผ่านการสอบแข่งขันจัดโดยสภาการศึกษาฯ มาเข้าศึกษาในคณะเศรษฐศาสตร์ภาคปกติ ๒๐๒ คน ภาคค่ำ ๒๗๕ คน ผู้ที่สอบได้คะแนนเยี่ยมในภาคปกติ ได้คะแนนในการสอบแข่งขันนั้น ๓๒๐/๔๐๐ หรือ ๘๐% และมีจำนวนที่สอบได้คะแนนตั้งแต่ ๗๐% ขึ้นไป ๘ คน ผู้ที่สอบได้คะแนนต่ำสุดได้คะแนน ๒๒๗/๔๐๐ หรือ ๕๕.๔%

นักศึกษาใหม่ภาคค่ำที่สอบแข่งขันเข้ามาได้คะแนนสอบแข่งขันสูงสุด ๒๙๖/๔๐๐ หรือ ๗๔% มีผู้ได้คะแนน ๗๐% ขึ้นไป ๔ คน และผู้ที่สอบได้คะแนนต่ำสุดได้ ๒๑๖/๔๐๐ หรือ ๕๔%

คะแนนของนักศึกษาใหม่ทั้งภาคปกติและภาคค่ำนี้ นับว่าดีกว่าคะแนนนักศึกษาใหม่ในปีก่อนๆ ซึ่งทั้งในส่วนสูง ส่วนต่ำ และส่วนรวม ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ในระยะ ๔-๕ ปีที่แล้วมา เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ บอกพวกเราว่า ในส่วนรวมแล้วนักศึกษาใหม่ของเรามีคะแนนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยโดยทั่วไปของนักศึกษาที่เข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่ว
ราชอาณาจักร แม้ว่าเรายังเป็นรองอยู่บางคณะ บางมหาวิทยาลัย ก็เป็นรองอยู่น้อยคณะ เช่น คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์ เป็นต้น

นักศึกษาใหม่ในปี ๒๕๑๒ นี้ เลือกเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. เป็นอันดับ ๑ หรืออันดับ ๒ ภาคปกติ ๑๔๑ คน หรือ ๖๙.๘๐% (ปี ๒๕๑๑ = ๕๒.๘๐%) ภาคค่ำ ๑๖๗ คน หรือ ๖๐.๗๓% (ปี ๒๕๑๑ = ๖๑.๗๕%) แสดงว่าส่วนใหญ่ของนักศึกษาใหม่ของเรา มุ่งจะเรียนเศรษฐศาสตร์ตั้งแต่แรกเริ่ม

สถิติข้างต้นนี้ ให้กำลังใจแก่คณบดีและคณาจารย์ยิ่งนัก

นักศึกษาชั้นปริญญาตรีปีที่ ๒-๓-๔

อาจารย์ต่างๆ มากท่านด้วยกันทั้งไทยและฝรั่ง ถือเป็นหลักปฏิบัติที่จะรายงานการสอนประจำภาค ประจำวิชา ให้คณบดีทราบ หลายท่านทำเป็นลายลักษณ์อักษร บางท่านก็รายงานด้วยวาจา ผมมีความยินดีที่จะกล่าวว่า โดยทั่วไปคณาจารย์มีความพอใจในความก้าวหน้าของนักศึกษาแต่ละรุ่น เช่น รุ่นปี ๔ ปีนี้ ท่านก็กล่าวกันเป็นเอกฉันท์ว่า ระดับความรู้ดีกว่ารุ่นปี ๔ ปีกลาย ครั้นไล่ไปถึงปี ๓ และปี ๒ ก็ได้ความว่าดีขึ้นกว่าปี ๓ และปี ๒ ปีกลายตามลำดับ ภาคค่ำก็ทำนองเดียวกัน ผมสรุปมาให้ฟังจากรายงานมากมายด้วยกัน ใครไม่เชื่ออยากดูหลักฐานจริงๆ ก็มาขอดูได้ และเมื่อเป็นจริงอย่างนี้ ภาวะอย่างนี้แหละที่เราเรียกได้เต็มปากว่าการศึกษาเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยนี้เจริญขึ้นจริง และคณบดีกับคณาจารย์ก็ปลื้มใจ

แต่ความปลื้มใจนี้ ปลื้มได้แต่เฉพาะส่วนรวม ถ้าพิจารณาจริงๆ ลงไปในส่วนย่อยแล้วยังปลื้มไม่ลง เพราะยังมีอีกหลายคนนักในแต่ละรุ่น แต่ละปีที่ยังขาดตกบกพร่องอยู่มาก ทางคณาจารย์ก็ยังมีน้อย จะช่วยแก้ปัญหาให้แต่ละคนก็ยังทำไม่ได้ ฉะนั้นคณบดีจึงขอวอนนักศึกษาเหล่านี้ซึ่งยังมี “ขาด” หรือ “ตก” อยู่มากในผลสอบที่ประกาศไปให้พยายามช่วยตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ใครต้องการให้ช่วย
เป็นพิเศษเช่นในด้านจัดชั้นพิเศษให้มีการทบทวนวิชาพิเศษให้ ทางคณาจารย์จะจัดให้ ขอให้ร้องเรียนขึ้นมา

โครงการใหม่

ในอนุสรณ์เศรษฐศาสตร์ปีที่แล้ว ผมได้แสดงความหวังว่าคณะเศรษฐศาสตร์จะได้เริ่มโครงการในปีใหม่นี้ ๒ โครงการ ทั้ง ๒ โครงการนี้ได้เริ่มแล้ว กับยังมีโครงการที่ ๓ ตามมาด้วย

โครงการใหม่โครงการแรก ได้แก่โครงการอาสาสมัครขั้นบัณฑิต ซึ่งสภามหาวิทยาลัยและสภาการศึกษาแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบแล้ว และแม้ว่าคณะเศรษฐศาสตร์จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ บรรดาคณาจารย์จากคณะอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยได้ร่วมใจกันช่วยดำเนินการให้คำปรึกษาและตรวจตราเป็นอย่างดี ฉะนั้นจึงเริ่มได้เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๑ หลังจากได้คัดเลือกบัณฑิตอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาได้ ๑๘ คน ทำการอบรมอยู่ ๒ เดือน แล้วบัณฑิตอาสาสมัครทั้ง ๑๘ คนได้แยกย้ายกันไปปฏิบัติงานเป็นครูในโรงเรียนต่างๆ ในชนบท ตั้งแต่แม่สะเรียงลงไปถึงสุไหงโก-ลก เชียงรายลงไปถึงพังงา ภาคตะวันตกไปอยู่ ๒ อำเภอในกาญจนบุรี และในภาคอีสานก็มีบัณฑิตไปปฏิบัติอยู่หลายจังหวัด คือ หนองคาย ขอนแก่น ร้อยเอ็ด และบุรีรัมย์ ในระหว่างเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ๒๕๑๒ คณะได้จัดอาจารย์ไปเยี่ยมและตรวจงานของบัณฑิตเหล่านี้โดยทั่วถึงกัน ปรากฏว่าบัณฑิตของเราไปปฏิบัติงานได้ผลดีทุกคน แต่มีหลายคนที่ได้รับความลำบากนานาประการ ซึ่งคณะพยายามจะบรรเทาทุกข์ให้มากที่สุดที่จะกระทำได้

งานอีกโครงการหนึ่งซึ่งได้เริ่มในปีการศึกษา ๒๕๑๒ นี้ คือ งานอำนวยการศึกษาปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ เรียนเต็มเวลาและเรียนเป็นภาษาอังกฤษ โครงการนี้ได้รับความช่วยเหลือส่วนใหญ่จากมูลนิธิร็อก-
กี้เฟลเลอร์และกระทำเพื่อสนองความต้องการของรัฐบาล (โครงการพัฒนามหาวิทยาลัย) ในด้านผลิตอาจารย์ และในขณะเดียวกันก็มุ่งจะส่งเสริมคุณภาพวิชาการเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา นักศึกษาต้องผ่านการคัดเลือกโดยการสอบพื้นความรู้เศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ และเมื่อผ่านการคัดเลือกมาแล้วจะได้รับทุนการศึกษาเป็นเวลา ๒ ปี ทุนละ ๕๐,๐๐๐ บาทสำหรับ ๒ ปี มาตรฐานการศึกษาพยายามจะยกให้สูงเท่าเทียมมหาวิทยาลัยที่ดีๆ ในโลก สำหรับปีแรกนี้มีนักศึกษาผ่านการคัดเลือก ๑๖ คน มีผู้ศรัทธาสนับสนุนให้ทุนการศึกษาเพื่อการนี้เป็นอันมากจนเหลือเฟือ

เมื่อได้จัดการเรื่องหลักสูตรปริญญาโทภาคอังกฤษแล้วคณะได้หวนกลับมาพิจารณาหลักสูตรปริญญาโทภาคไทย และได้ตั้งกรรมการคณะหนึ่งขึ้นพิจารณาปรับปรุงสังคายนา โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมคุณภาพให้สูงยิ่งขึ้น แต่ยังมีหลักการที่จะอำนวยให้นักศึกษาส่วนใหญ่สามารถไปประกอบอาชีพได้ในขณะที่ศึกษาอยู่โครงการนี้คาดว่าจะร่างสำเร็จทันออกใช้ในต้นปีการศึกษา ๒๕๑๓

ตั้งแต่นี้ต่อไปสักสองสามปี คณะไม่มีนโยบายที่จะขยายงานใหม่ออกไปอีก แต่จะพยายามปรับปรุงงานปัจจุบัน ทั้งขั้นปริญญาตรี และขั้นสูงกว่าปริญญาตรีให้ดียิ่งขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในด้านให้คำปรึกษาแนะนำแก่นักศึกษาในการเรียน ซึ่งจะทำให้ดียิ่งขึ้น เมื่อมีอาจารย์ประจำมากพอ ฉะนั้นงานที่ควรจะมุ่งกระทำในขั้นนี้คือการผลิตอาจารย์ที่มีคุณวุฒิสูง การขยายสถานที่ให้เหมาะแก่การศึกษาเป็นกลุ่มเล็กๆ มากกลุ่ม ส่วนงานในโครงการอาสาสมัครขั้นบัณฑิต ก็จะขยายให้กว้างขวางออกไป ทั้งในด้านรับบัณฑิตจากสถาบันอื่นเข้ามาและในด้านการปฏิบัติงานของบัณฑิตอาสาสมัครในชนบทด้วย

คณาจารย์ประจำ

ในปีการศึกษาปัจจุบันนี้ ปริมาณส่วนรวมของอาจารย์ประจำที่ปฏิบัติงานอยู่ในคณะต้องลดลงไปอีก เพราะมีอาจารย์ชั้นผู้น้อยได้รับทุนไปศึกษาต่อในประเทศต่างๆ ถึง ๙ คน แต่ได้รับอาจารย์ใหม่มารวมทั้งสิ้น ๘ คน เป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรีทั้งนั้น รวมทั้งที่สำเร็จจากออสเตรเลียมา ๑ คน ในจำนวน ๘ คนนี้ ต้องส่งไปฝึกภาษาอังกฤษเต็มวัน และไปปฏิบัติงานด้านอื่นซึ่งเป็นประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยเสียหลายคน จึงทำให้จำนวนอาจารย์ชั้นปริญญาตรี ซึ่งปฏิบัติงานในคณะเต็มเวลานั้นน้อยลง แต่อาจารย์ที่ไปฝึกและปฏิบัติงานด้านอื่น ก็ได้เสียสละเวลาร่วมกันกับอาจารย์ประจำอื่นๆ มาช่วยทบทวนนักศึกษาปริญญาตรีทั้งภาคปกติและภาคค่ำ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ตามเคย

ตั้งแต่เริ่มส่งอาจารย์ไปศึกษา ณ ต่างประเทศ เป็นเวลา ๓–๔ ปีมาแล้ว ได้มีอาจารย์ที่เรียนสำเร็จชั้นปริญญาโทกลับมาปฏิบัติงาน ๔ คน และอาจารย์เหล่านี้ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ สมตามความมุ่งหวังแต่เดิม ทำให้คุณภาพของงานในคณะดียิ่งขึ้นกว่าก่อน ในระยะ ๖ เดือนข้างหน้าคาดว่าจะมีอาจารย์ปริญญาโทกลับมาปฏิบัติงานอีก ๓ คน และอาจจะได้อาจารย์ใหม่วุฒิปริญญาตรีจากออสเตรเลียมาช่วยอีก ๒ หรือ ๓ คน คงจะเป็นประโยชน์แก่งานของคณะมาก แต่อาจารย์วุฒิปริญญาเอกที่จะกลับมาปฏิบัติงานนั้น คงจะต้องรอต่อไปอีกสัก ๒–๓ ปีจึงจะมีจำนวนมากพอใช้ในขั้นต้น ในชั้นนี้ต้องพึ่งอาจารย์มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ และอาจารย์พิเศษอยู่มาก

อาจารย์ประจำทั้งที่มีอาวุโส และอาจารย์ชั้นโทชั้นตรีได้แบ่งหน้าที่กันไปปฏิบัติ ซึ่งนอกจากจะผ่อนภาระของคณบดีไปได้บ้างยังกระทำถูกต้องตามหลักการกระจายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ หลักการนี้เป็นหลักการที่ดีเพราะงานที่สำคัญ เช่น งานอำนวยการศึกษาชั้นสูงนี้ ไม่ควรที่จะผูกพันมั่นคงอยู่กับผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ อนิจจังเป็นของไม่เที่ยง การกระจายความรับผิดชอบจะป้องกันความเสียหายต่างๆ ได้ และเป็นประกันความมั่นคงในหมู่คณะได้อย่างดี ด้วยเหตุนี้คณาจารย์และข้าราชการในคณะจึงได้รวบรวมกันเป็นกรรมการคณะต่างๆ เพื่อแบ่งความรับผิดชอบกันไป การปฏิบัติงานแบบคณะกรรมการนั้นก็มีข้อที่จะต้องป้องกันมิให้เกิดเสียหายขึ้นได้ เพราะเมื่อจัดเป็นรูปคณะกรรมการแล้ว บางทีกรรมการก็เกี่ยงกันเอง ไม่มีใครรับผิดชอบและส่วนมากมักจะทำงานล่าช้า เพราะมัวแต่จะรอประชุมกัน แต่ในคณะเศรษฐศาสตร์เราจัดงานกันเป็นคณะกรรมการนี้ ได้ย้ำนักหนาว่าจัดเพื่อแบ่งหน้าที่กัน ไม่ใช่เพื่อประชุมกันอย่างเดียว ฉะนั้นเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็รู้สึกได้ทำงานกันเข้มแข็งพอใช้ถูกต้องตามหลักการ

การก่อตั้งกรรมการต่างๆ ปฏิบัติงานของคณะเศรษฐศาสตร์นี้อาศัยหลักประชาธิปไตยอยู่บ้าง กล่าวคือ คณาจารย์และข้าราชการตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป ใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการกลางขึ้น ๔ คน ผสมกับคณบดีและเลขานุการคณะซึ่งเป็นกรรมการกลาง โดยตำแหน่งคณะกรรมการกลางนี้อาศัยอำนาจจากการที่ได้รับเลือกตั้งมาทำการมอบหมายงานให้แก่อาจารย์ต่างๆ ซึ่งจัดไว้เป็นคณะๆ ตามหน้าที่ กรรมการคณะต่างๆ ที่คณะกรรมการกลางได้จัดตั้งขึ้นมีดังนี้

๑. กรรมการพิจารณาหลักสูตรปริญญาตรี

๒. กรรมการโครงการปริญญาโทภาคภาษาอังกฤษ

๓. กรรมการปรับปรุงหลักสูตรปริญญาโทภาคภาษาไทย

๔. กรรมการรับเข้าศึกษา (พิจารณาผู้เข้าใหม่รวมทั้งการย้ายคณะ ย้ายภาค)

๕. กรรมการอำนวยการศึกษา (เชิญผู้บรรยาย จัดตารางสอน ฯลฯ)

๖. กรรมการทบทวนวิชา (จัดสอนทบทวนเป็นหมู่ๆ)

๗. กรรมการทุนการศึกษา

๘. กรรมการงบประมาณ

๙. กรรมการสวัสดิการ

๑๐. กรรมการห้องสมุดคณะ

คณะกรรมการห้องสมุดคณะมีนักศึกษาส่งผู้แทนมาร่วมเป็นกรรมการด้วย และคณะกรรมการทุนการศึกษามีผู้แทนนักศึกษาเป็นที่ปรึกษา ต่อไปเมื่อนักศึกษาพร้อมที่จะเข้าร่วมงานกับอาจารย์และข้าราชการโดยกว้างขวางยิ่งขึ้น ก็จะขยายวงบทบาทของนักศึกษาให้กว้างขวางขึ้นโดยมิให้เสียหายแก่การเรียน ถ้านักศึกษามีความเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ ให้ทำบันทึกเสนอประธานคณะกรรมการกลาง

คณะกรรมการต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นคณะกรรมการที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในคณะ และมีหน้าที่เน้นหนักไปในเชิงบริหารงานส่วนคณะกรรมการประจำคณะ ซึ่งมีอยู่ตามกฎหมายนั้นก็ยังคงดำเนินการอยู่ ประชุมกันเดือนละครั้งเป็นประจำ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านนโยบายมากกว่าการบริหาร และมีอาจารย์พิเศษมาร่วมเป็นกรรมการด้วย ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์อาวุโสตั้งแต่ต้นปีการศึกษา ๒๕๑๒ นี้เป็นต้นมา สมาคมเศรษฐศาสตรบัณฑิต มธ. ได้ส่งกรรมการผู้แทนสมาคมมาประชุมกรรมการประจำคณะมิได้ขาด และเมื่อสมาคมมีการประชุมกรรมการกัน คณะก็ส่งอาจารย์ไปร่วมประชุมด้วย ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดียิ่งขึ้นระหว่างสมาคมกับคณะ

คติประจำปี

ในบทความซึ่งเขียนให้นักศึกษาอ่านนี้ ผมขอจบด้วยคำปราศรัยกับนักศึกษาฉันครูกับศิษย์สักสองสามข้อ

ข้อแรก ผมอยากจะขอบคุณนักศึกษาทั้งมวล ที่ได้เล่าเรียนและประพฤติดีตลอดมาทำให้ครูบาอาจารย์และคณบดีภาคภูมิใจพอใช้ ที่เขียนไว้ว่าพอใช้นั้นก็เพราะการเล่าเรียนและความประพฤติของนักศึกษานั้น ในส่วนรวมอาจจะนับได้ว่าดี แต่พวกเรายังมีข้อบกพร่องอยู่มาก เฉพาะอย่างยิ่งในวิชาที่พวกเรามักจะสอบตกกันมากๆ (เห็นจะไม่ต้องระบุวิชา) ผมสอบดูแล้วปรากฏว่าเป็นเพราะคณะและมหาวิทยาลัยไม่สามารถจัดการให้ดีพอสัก ๑ ส่วน แต่อีก ๓ ส่วน เป็นเพราะนักศึกษามักจะละเลยวิชาชั้นปีต้นๆ พอสอบไล่พลาดพลั้งไปแล้ว ก็ไม่หวนกลับไปเรียนซ้ำเพื่อให้สอบไล่ได้ กลับไปเรียนวิชาชั้นสูงๆ ต่อไป เมื่อไม่เข้าชั้นเรียนวิชาที่ยังสอบตกอยู่ในชั้นต่ำ และไม่มีโอกาสทำแบบฝึกหัดหรือสอบซ่อม เวลาเข้าสอบไล่นักศึกษานั้นๆ ก็ย่อมยากนักที่จะสอบไล่ได้ การสอบตกในวิชาชั้นต่ำๆ เป็นการเรื้อรังนี้ มักจะสะสมเป็นดินพอกหางหมู ยิ่งนานวันก็ยิ่งแก้ยากขึ้นทุกที ฉะนั้นใคร่จะขอแนะให้พยายามแก้ไขข้อนี้เสียให้เรียบร้อยไป ถ้าแก้ไขด้วยตนเองได้ก็ดี แต่ถ้ามีความเห็นจะให้คณาจารย์ช่วยเหลืออย่างไร เช่น ถ้าตกกันในวิชาใดมากๆ จะเข้าชื่อกันเสนอให้จัดการทบทวนวิชานั้นเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่ยังสอบไม่ได้ ผมก็ยินดีรับฟังและจะจัดการให้เท่าที่จะสามารถทำได้

ข้อต่อไป ใคร่จะขอบคุณนักศึกษาอีกที่มีความอดทนเล่าเรียน ทั้งๆ ที่คณะเศรษฐศาสตร์นี้กำลังขาดแคลนสถานที่อย่างหนัก ข้อนี้จะว่าเป็นข้อบกพร่องของผมเองก็ได้ เพราะมัวแต่ขยายงานของคณะ ไม่ขยายสถานที่ มีข้อแก้ตัวอยู่เพียงแต่ว่าระหว่างที่ขยายงานนี้ ถ้าเริ่มขยายสถานที่เข้าจะต้องรื้อตึกเก่าย้ายไปอาศัยที่ไหนชั่วคราว รอจนตึกใหม่เสร็จแล้วจึงจะสบายขึ้น ผมเกรงเหลือเกินว่าในระหว่างรอตึกใหม่เสร็จนั้น งานที่กำลังขยายอยู่จะขลุกขลักเสียหายได้ ข้อเกรงนี้อาจจะไม่ถูกต้องนัก แต่ก็เพราะเกิดเกรงขึ้นมา จึงยังไม่ยอมขอตึกใหม่ ไม่ใช่แต่นักศึกษาเท่านั้นที่เดือดร้อน อาจารย์ประจำทั้งหลายก็ต้องอดทนกับความคับแคบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ข้อนี้กำลังอยู่ในความดำริของมหาวิทยาลัย และคงจะมีทางผ่อนปรนได้ในไม่ช้า

ข้อสุดท้าย ขอยกเอาถ้อยคำที่เคยเขียนไว้มาเขียนซ้ำอีกเป็นการเทศนาประจำปี

นักศึกษาและเศรษฐศาสตรบัณฑิตทั้งหลาย จงเจริญด้วยจตุ-
พละเถิด คือจงมีปัญญาความรอบรู้ จงมีความเพียรมานะอุตสาหะในการงาน จงมีสติยั้งคิด ประพฤติตนแต่ในทางที่ชอบ หลีกเลี่ยงทางแห่งความยั่วยวนในลาภยศศฤงคาร ซึ่งไม่ชอบด้วยทำนองคลองธรรม และจงกอปรด้วยเมตตากรุณาช่วยเหลือผู้ที่ยากเข็ญอ่อนแอ และแม้แต่ผู้ที่ท่านคิดว่าเป็นศัตรูของท่าน ในการประพฤติดีประพฤติชอบนี้ บัณฑิตจะต้องทรงไว้ซึ่งความกล้าหาญเข้มแข็ง เฉพาะอย่างยิ่งในกาลเทศะปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยความลุ่มหลงเห็นผิดเป็นชอบทั่วไป แต่ไม่ควรจะลืมว่า ถ้าได้ปฏิบัติให้เกิดพลังทั้ง ๔ ประการแล้ว ความกลัวนานาประการจะขจัดหายได้โดยง่าย และความกล้าหาญจะเกิดขึ้นแทน บัณฑิตทั้งหลายจงรักษาความดีไว้ให้มั่น เสมือนเกลือรักษาความเค็มไว้ได้ และขอให้ยึดมั่นเถิดว่าใครจะประพฤติอย่างไร จะร่ำรวยอย่างไร จะชักชวนเราให้ทำอะไรที่ไม่ชอบก็ตาม เราจะปฏิบัติของเราแต่ในทางที่ชอบธรรม เพื่อให้เศรษฐศาสตรบัณฑิตทรงไว้แต่ความเจริญด้วยสัตย์สุจริตธรรม เป็นที่รักที่นิยมแก่ฟ้าดินตลอดไป