วิชาชีพทางเศรษฐศาสตร์

วิชาชีพทางเศรษฐศาสตร์

อภิปรายโต๊ะกลมในรายการแนะอาชีพระดับมหาวิทยาลัย
จัดโดยสโมสรโรตารี่กรุงเทพฯ และไทยทีวี

ออกอากาศทางไทยทีวี ช่อง ๔ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕

 

 

 

 

จำนง รังสิกุล: สวัสดีครับในเวลาครึ่งชั่วโมงต่อไปนี้ เป็นรายการซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษให้เป็นบริการสาธารณะ โดยความร่วมมือกันระหว่าง สโมสรโรตารี่กรุงเทพฯ กับไทยทีวี ช่อง ๔ นี้ เนื่องจากสโมสรโรตารี่กรุงเทพฯ มีวัตถุประสงค์อยู่อย่างหนึ่งที่จะส่งเสริมแนะนำวิชาชีพให้แก่เยาวชนของเรา เพื่อให้เลือกอาชีพที่ถูกต้อง เพราะการเลือกอาชีพที่ไม่เหมาะสมหรือที่ผิดก็ย่อมเป็นการเสียประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย การเลือกอาชีพที่ถูกต้องสำหรับเยาวชนเป็นผลดีที่จะได้ทำประโยชน์ให้แก่ตัวเองและประเทศชาติได้มากที่สุด

ในรายการนี้ที่จัดขึ้นครั้งนี้ เนื่องจากว่าเราได้จัดขึ้นในเวลาจำกัดเพราะฉะนั้นจึงต้องจำกัดวงของการแนะวิชาชีพระดับมหาวิทยาลัยและนอกจากจะต้องจำกัดวงแนะวิชาชีพในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ยังต้องจำกัดวงของสาขาวิชาชีพที่จะแนะนำ ซึ่งมีอยู่มากด้วยกันดังที่ทราบอยู่แล้ว ในครั้งแรกนี้เราจะแนะวิชาชีพที่มีความจำเป็นหรือมีความสำคัญยิ่งสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชาติของเราในปัจจุบันนี้ ซึ่งรัฐฯ ก็มีความมุ่งหมายที่จะส่งเสริมเป็นการเร่งด่วนเป็นอันดับ ๑ ได้พิจารณาเห็นว่าควรจะมีการแนะวิชาชีพทางเศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม-
ศาสตร์ และวารสารศาสตร์ จึงได้ตกลงกันระหว่างสโมสรโรตารี่กรุงเทพฯ กับไทยทีวี ได้เชิญท่านผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาของ ๓ อย่างนี้มาร่วมในรายการอภิปรายครั้งนี้ ซึ่งผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้แนะนำตามลำดับ

อันดับแรกขอเชิญพบกับ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเราได้เชิญมาในฐานะที่เป็นผู้ชำนาญทางด้านเศรษฐศาสตร์ ทั้งโดยวิชาชีพและโดยตำแหน่งหน้าที่ที่ท่านปฏิบัติอยู่ในเวลานี้ก็มีความสำคัญมาก โดยตำแหน่งหน้าที่ท่านเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

อันดับต่อไปผมขอแนะนำ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง ซึ่งเป็นผู้สันทัดในทางวิชาวารสารศาสตร์ เพราะได้ประกอบอาชีพทางนี้โดยตรงมาเป็นเวลานาน ในขณะนี้ท่านเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สตรีสาร และสัปดาห์สาร นอกจากนั้นก็ได้บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะในด้านอื่นๆ ดังที่คงได้ทราบอยู่แล้วว่าท่านเป็นสุภาพสตรีผู้ได้รับรางวัลอันมีเกียรติสูงยิ่งสำหรับเอเชียเรา คือรางวัลรามอนแมกไซไซ ในวันนี้ท่านจะมาแนะนำในวิชาชีพเกี่ยวกับวิชาวารสารศาสตร์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าวิชาการหนังสือพิมพ์

ทางด้านขวาสุด ผมขอแนะนำ ดร.บุญรอด บิณฑสันต์ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสูงในด้านวิชาวิศวกรรมศาสตร์ โดยตำแหน่งหน้าที่ท่านเป็นเลขาธิการการพลังงานแห่งชาติ เราได้ตกลงกันไว้ว่าในการอภิปรายแนะนำวิชาชีพแต่ละอย่างในวันนี้ เนื่องจากมีเวลาจำกัดมาก ทั้ง ๓ ท่านก็คงมีเวลาที่จะพูดได้ท่านละ ๘ นาทีเศษๆ ก็จำกัดวงการอภิปรายเป็นสังเขปว่า

๑. เราจะพูดถึงว่า สถานะของวิชาชีพนี้เป็นอย่างไรในปัจจุบัน

๒. ผู้ที่จะเลือกเรียนวิชาชีพนี้จะต้องมีคุณวุฒิอย่างไร และมีนิสัยใจคออย่างไร

๓. เมื่อเลือกเรียนวิชาชีพแล้วจะมีโอกาสอย่างไรในอนาคต ในการประกอบอาชีพของตน

ในอันดับแรกของผมอยากจะขอเชิญ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้อภิปรายถึงวิชาชีพทางเศรษฐศาสตร์ก่อน ขอเชิญครับ

ป๋วย อึ๊งภากรณ์: ขอบคุณ ก่อนที่ผมจะชี้แจงถึงเรื่องอื่น เห็นจะมีความจำเป็นที่จะต้องอธิบายให้ฟังว่า เศรษฐศาสตร์หมายความถึงอะไร ตามความเข้าใจของสามัญชนทั่วๆ ไปก็คงจะเข้าใจว่าเศรษฐศาสตร์ก็คือวิชาที่เกี่ยวกับการเงิน อันนี้เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องแต่เพียงบางส่วนเท่านั้น แท้จริงเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าเงิน กล่าวคือถ้าจะพูดให้ถูกแล้ว ในเวลาอันสั้นก็ควรจะพูดได้ว่า เศรษฐศาสตร์ คือวิชาที่นำเอาทรัพยากรอันมีจำนวนจำกัดมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีจำนวนไม่สิ้นสุด

ถ้าจะแจงเศรษฐศาสตร์ไปว่ามีสาขาอย่างไรบ้าง ก็คงจะได้ความว่า เศรษฐศาสตร์นั้นเกี่ยวกับการเงิน การคลัง การธนาคาร การพัฒนาท้องถิ่น การค้าภายในและภายนอกประเทศ การอำนวยธุรกิจทั่วๆ ไป ถ้าจะกล่าวให้สอดคล้องเข้าไปในหัวข้อเรื่องที่สมาคมโรตารี่ได้วางไว้ ก็จะเห็นได้ว่าเศรษฐศาสตร์นั้นคงจะมีความจำเป็นสำหรับในการพัฒนาเศรษฐกิจใน ๔ ทางด้วยกัน ผมจะขอกล่าวย่อๆ คือ

๑. นักเศรษฐศาสตร์มีความจำเป็นสำหรับจะเตรียมแผนให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจขึ้น

๒. เมื่อได้เตรียมแผนแล้วนักเศรษฐศาสตร์ก็มีหน้าที่ที่จะอำนวยการให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจนั้น

๓. นอกจากจะอำนวยการเฉยๆ แล้วยังจำเป็นที่จะต้องอำนวยการให้เกิดมีการดำเนินการไปโดยราบรื่น หมายความว่ามีเสถียรภาพทางการเงิน ทางการครองชีพ อะไรต่างๆ และ

๔. ผมคิดว่าเป็นข้อสำคัญ คือควรจะให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปในแง่ที่ว่าให้ได้ผลตกแก่ประชาชนทั่วๆ ไป นี่แหละครับผมขอเกริ่นอยู่เพียงขั้นนี้

จำนง: รู้สึกว่าเป็นความหมายกว้างและว่าตามนี้ก็คือ มีบุคคลหลายประเภทด้วยกันและมีกิจการหลายอย่าง ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะไม่ได้ศึกษาวิชาที่เรียกว่าเศรษฐศาสตร์โดยตรง แต่อาจจะประกอบอาชีพซึ่งอยู่ในสาขาวิชานี้ หรือต้องใช้วิชานี้ปฏิบัติ

ตามที่ ดร.ป๋วย อธิบายมานี้ มีวิชาอะไรต่ออะไรหลายอย่าง หรือมีกิจการหลายอย่างที่จัดอยู่ในสาขาวิชานี้ ทีนี้ ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพเหล่านี้ คือเศรษฐศาสตร์เหล่านี้ควรจะมีคุณวุฒิ มีนิสัยใจคออย่างไร

ป๋วย: สำหรับในการที่จะแนะอาชีพ วิชาชีพสำหรับนักเรียนที่จะไปเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อที่จะเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ ผมคิดว่าในเบื้องต้นนี้

๑. นักเรียนจะต้องมีความรู้ในด้านภาษาไทยให้ดีพอสมควร ที่จะอ่านและเขียน เฉพาะอย่างยิ่งเขียนให้คนอื่นเข้าใจได้ มิฉะนั้นจะไปอำนวยการอะไรไม่ได้

๒. นอกจากภาษาไทยแล้วก็จำเป็นจะต้องมีภาษาต่างประเทศ ภาษาใดภาษาหนึ่ง ตามปกติก็ควรจะเป็นภาษาอังกฤษ และจะเป็นภาษาต่างประเทศอื่นก็ได้ ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่าตำราที่จะไปเรียนในวิชานี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็จำเป็นจะต้องใช้ตำราภาษาอังกฤษและต่างประเทศอื่นๆ

๓. นอกจากข้างต้นแล้วก็ควรมีความรู้ในทางคณิตศาสตร์พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะไปใช้ในทางทฤษฎี วิชาสังคมศาสตร์และวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ก็จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้สันทัด เพราะฉะนั้นถ้าพูดไปแล้ว นักเศรษฐศาสตร์ที่จะเข้าไปศึกษาวิชาเศรษฐ-
ศาสตร์ต่อไปในมหาวิทยาลัยนั้น ผมเข้าใจว่าควรจะคัดเลือกมาจากนักเรียนมัธยมบริบูรณ์ หรือเตรียมอุดมทั้งด้านภาษา และในด้านวิทยาศาสตร์ กล่าวคือคณิตศาสตร์นั่นเอง

จำนง: คือจะเป็นนักเรียนเตรียมอุดมในทางวิทยาศาสตร์ หรืออักษรศาสตร์ก็ได้?

ป๋วย: ก็ได้ทั้งคู่

เมื่อกี้คุณจำนงถามผมว่า ผู้ที่ควรจะประกอบวิชาเศรษฐศาสตร์ให้เป็นไปได้ผลดีนั้น ควรจะเป็นอย่างไร ผมขอตอบสั้นๆ ดังนี้ว่า

เนื่องจากจะต้องเป็นผู้ที่จัดการเรื่องเงิน การเศรษฐกิจต่างๆ นี้ ก็จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต นอกจากจะซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ยังทำให้คนอื่นเขาซื่อสัตย์สุจริตได้ นี่เป็นข้อสำคัญจึงจะทำให้เกิดผลทางเศรษฐศาสตร์ได้ดี แล้วสามารถที่จะนำเอาวิชาของตัวนั้นออกมาใช้ได้ถูกต้องตามกาลสมัย

จำนง: ผมขอเรียนถามย้อนหลังเล็กน้อย คือ เมื่อตะกี้ผมเข้าใจพลาดไปนิดหน่อย คือว่า ที่ว่าสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์นี้ คุณป๋วยคิดจะจำกัดวงเฉพาะเศรษฐศาสตร์แท้ๆ หรือว่าในวิชาอื่นที่เกี่ยวโยงด้วย สมมุติว่าเด็กบางคนอาจจะไปเรียนวิชาสหกรณ์ หรือจะเรียนการบัญชี เรียนพาณิชยศาสตร์ ที่มีเล่าเรียนกันในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเวลานี้ พวกนั้นจะสงเคราะห์ว่าเขาจะประกอบอาชีพสาขาทางเศรษฐศาสตร์ได้ไหม หรือต้องเป็น Economics โดยตรงไหม

ป๋วย: ความหมายของผมอย่างที่ว่านี้ เป็นความหมายอย่างกว้าง คลุมถึงพาณิชยศาสตร์ แต่เนื่องจากผมไม่ใช่เป็นนักบัญชี ก็เลยไม่สามารถจะคิดเผื่อสำหรับนักเรียนที่จะไปเรียนการบัญชีได้ แต่ผมคิดว่าการบัญชีจะมีประโยชน์แก่เศรษฐศาสตร์อยู่ในทางประกอบ แต่เศรษฐ-
ศาสตร์ที่ผมว่าเมื่อกี้นี้ รวมทั้งการธนาคาร การคลัง การงบประมาณ การสหกรณ์ ก็ควรจะรวมด้วยการพาณิชย์การบริหารธุรกิจ

จำนง: วิชาเหล่านี้ก็นับเกี่ยวเนื่องอยู่ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ทั้งนั้น?

ป๋วย: ใช่ครับ

จำนง: รวมทั้งสถิติด้วย

ป๋วย: ใช่ครับ

จำนง: คุณวุฒิ ความโน้มเอียง หรือนิสัยใจคอของผู้เรียนก็คงจะมาทางๆ เดียวกัน คงจะไม่ห่างกันมากนัก ใช่ไหมครับ?

ป๋วย: ก็อาจจะห่างกันมากครับ คืออย่างพวกที่อยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางสถิตินี้ อาจจะไม่ต้องเรียนทางภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์มากนัก แต่จำเป็นที่จะต้องรู้คณิตศาสตร์สูง อาจจะมีเหลื่อมล้ำกันนิดหน่อย หรือพวกที่เรียนพาณิชย์อาจจะไม่จำเป็นจะต้องวิชาการในด้านประวัติศาสตร์มากนัก แต่ภูมิศาสตร์จำเป็น

จำนง: ที่เราแนะวิชาชีพเกี่ยวกับสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เราก็เชื่อว่ามีความสำคัญยิ่งสำหรับพัฒนาประเทศชาติ และมีความจำเป็นรีบด่วนที่ควรจะต้องส่งเสริม เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น คือหมายความว่า หวังที่จะก้าวหน้า มีทางที่จะได้ดิบได้ดี พูดกันอย่างสามัญเรา มีช่องทางมาก มีคนต้องการอย่างมาก...

ป๋วย: ทุกวันนี้ในหน่วยราชการเองก็จำเป็นที่จะต้องใช้นักเศรษฐศาสตร์ เป็นจำนวนมาก เริ่มตั้งแต่สำนักนายกรัฐมนตรี มาก็สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง กระทรวงเศรษฐ-
การ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสหกรณ์ กระทรวงเกษตร ฯลฯ รู้สึกว่าเข้าไปครึ่งรัฐบาลเข้าไปแล้วที่จำเป็นที่จะต้องใช้วิชาเศรษฐศาสตร์ และนอกจากนั้นก็ยังจะมีบริษัท ห้างร้านต่างๆ ธนาคารเอกชน ซึ่งจำเป็นมากทีเดียวครับ ผมรู้สึกว่าถ้าได้เรียนมาก ในทางใดทางหนึ่งในแขนงของเศรษฐศาสตร์ได้เรียนให้ลึกซึ้งจริงๆ และความรู้จริงๆ แล้ว ผมเชื่อแน่ว่าประเทศชาติยังมีความต้องการอีกมากด้วย

จำนง: เท่าที่เราได้ทราบกันมา ก็รู้สึกว่า วิชาเศรษฐกิจก็แทรกเป็นยาดำอยู่ทุกๆ แขนงวิชา เพราะฉะนั้นก็เป็นวิชาที่กว้างขวางมาก แล้วก็อย่างที่ ดร.ป๋วยพูดเมื่อกี้นี้ ก็ยังมีโอกาสอีกมากสำหรับผู้ที่ศึกษาวิชานี้แต่จะต้องพิจารณาว่าตัวเองมีความเหมาะสม ตามที่แนะนำหรือไม่ คือว่า ถ้าไม่เหมาะสมไปเรียนเข้าก็จะลำบาก

ป๋วย: ควรจะไปเรียนวิชาอื่น ที่ตัวเองถนัด

มีข้อหนึ่งที่ผมอยากจะเติมสักนิด ถ้ามีเวลา คือ อย่าถือว่านักเรียนไปเข้าที่ไหนไม่ได้ แล้วจึงจะมาเรียนเศรษฐศาสตร์ หลักข้อนี้ผมว่าควรจะใช้ได้สำหรับวิชาทุกแขนงเลย ควรที่จะปักใจเสียก่อนว่าเรามีความชำนาญและความรักวิชาใด แล้วก็มุ่งเรียนทางนั้นจึงจะได้ผลดี

จำนง: เคยมีกรณีมาแล้ว

ป๋วย: ก็คงจะมีบ้าง

จำนง: เห็นจะไม่เข้าที

ป๋วย: ไม่ว่าแขนงไหน ก็ควรถือหลักเช่นนี้

จำนง: ไม่ใช่เป็นวิชาสำหรับที่จะรองรับ หรือเป็นฐานรองรับ หรือสำหรับเผื่อเลือก อะไรทำนองนี้ จะมุ่งเรียนทางนี้ก็เอาเลย ใช่ไหมครับ

ป๋วย: ครับ

จำนง: ขอบคุณ ดร.ป๋วย มาก