ศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัย

ศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัย

พิมพ์ใน ยูงทอง ๒๕๑๑

 

 

 

คณะเศรษฐศาสตร์

๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๑

เรียน บรรณาธิการ มหาวิทยาลัย

ในเหตุการณ์เกี่ยวกับการประท้วงของนักศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ มีประเด็นที่น่าจะพิจารณาอยู่หลายเรื่อง และน่าจะมีการอภิปรายกันด้วยเหตุผลตามความชอบธรรม แทนที่จะยึดถืออุปาทานนำเอาไปโฆษณาด้วยอารมณ์อันวู่วาม

เพื่อสนับสนุนการอภิปรายในหมู่นักศึกษาและคณาจารย์ตามระบอบประชาธิปไตย ผมใคร่จะยกประเด็น “ศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัย” มาเริ่มอภิปรายและขอตั้งเป็นกระทู้ว่า “ศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัยคืออะไร”

ความเข้าใจของผม ศักดิ์ศรีที่แท้จริงนั้นเกิดจากความดีในตนเอง เช่น บุคคลคนหนึ่งทำความดีไว้ก็มีความพอใจในตนเองและเมื่อมีคนอื่นทราบถึงความดีนั้น ก็เกิดเลื่อมใส ก่อให้เกิดเป็นกิตติคุณและศักดิ์ศรีขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง บุคคลใดทำความชั่วแต่ปกปิดไว้สำเร็จ บุคคลภายนอกเข้าใจผิดไปว่าเป็นผู้กระทำความดีและยกย่องสรรเสริญ นั่นมิใช่ศักดิ์ศรีที่แท้จริง แต่เป็นศักดิ์ศรีประเภทลวงโลก หรืออีกกรณีหนึ่ง บุคคลภายนอกพิจารณาเรื่องศักดิ์ศรีแต่เฉพาะผิวเผิน เช่น เคารพความมั่งคั่งว่าเป็นเกียรติคุณโดยไม่คำนึงว่าความมั่งคั่งนั้นจะเกิดจากกรรมอันดีหรือชั่ว นั่นก็มิใช่ศักดิ์ศรีที่แท้จริง

เมื่อพิจารณาถึงมหาวิทยาลัยและหน้าที่ของมหาวิทยาลัย การ
กระทำดีของมหาวิทยาลัยวัดได้ด้วยมาตรฐานวิชาความรู้ที่มหาวิทยาลัยประสิทธิ์ประสาทให้แก่นักศึกษา และกิจกรรมวิจัยของมหาวิทยาลัยที่จะนำไปสู่ความเจริญแห่งวิชาการ

“ผมมีความเห็นว่าศักดิ์ศรีที่แท้จริงของมหาวิทยาลัยขึ้นอยู่กับมาตรฐานความรู้ของนักศึกษาและผลของการวิจัยที่คณาจารย์อำนวยให้เป็นไป ถ้ามาตรฐานและวิจัยนั้นด้อยลงหรือคงที่ ศักดิ์ศรีนั้นก็เสื่อม ถ้ามาตรฐานและผลวิจัยนั้นเจริญขึ้นเรื่อยๆ มหาวิทยาลัยนั้นก็มีกิตติคุณและศักดิ์ศรีสูงขึ้นเสมอ หลักการพิจารณาระดับของศักดิ์ศรีนี้ผมขอเสนอว่าเป็นหลักเกณฑ์เดียวที่ถูกต้อง การพิจารณาไปในทำนองว่าเราเสียเปรียบได้เปรียบใครเรื่องอะไร หรือคนอื่นเขาจะหัวเราะเยาะเอา หรือคนอื่นเขาทำหรือไม่ทำอะไรนั้น ผมเห็นว่าเป็นหลักการที่ไขว้เขว ไม่ควรที่ปัญญาชนจะนำมาคำนึงในเรื่องเกี่ยวกับศักดิ์ศรีเพราะการกระทำชอบหรือมิชอบของเราเอง ซึ่งจะนำศักดิ์ศรีมาสู่เราหรือไม่นั้น เป็นเรื่องความรับผิดชอบของเราเอง ถ้าเห็นจะเป็นคุณก็ควรทำไป แม้ว่าทั่วโลกจะเยาะเย้ยเหยียดหยาม เราควรจะมีอิสระในการวินิจฉัยผิดชอบของเราเอง”

ผมหวังว่าข้อเสนอของผมนี้คงจะมีผลให้นักศึกษาและคณาจารย์ได้อภิปรายเรื่องนี้ และเรื่องอื่นๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยเพื่อความเจริญของวิชาการ และเพื่อความเจริญของระบอบประชาธิปไตยภายในมหาวิทยาลัย

 

ด้วยความเคารพ

ป๋วย อึ๊งภากรณ์