ปฐมนิเทศพนักงานใหม่

ธนาคารกลาง

ปฐมนิเทศพนักงานใหม่

กล่าวที่สโมสรธนาคารแห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๑๐

 

 

 

พนักงานทั้งหลาย

ในนามของธนาคาร คณะกรรมการธนาคารและผู้อำนวยการต่างๆ ผมมีความยินดีที่จะต้อนรับคุณทั้งหลายที่เข้ามาในสถาบันของเรานี้ มีหลายท่านที่ผมสังเกตว่าความจริงก็ไม่ใช่พนักงานใหม่แต่โดยแท้ เพราะเหตุว่าเคยทำงานมาแล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ในการประกอบพิธีเพื่อที่จะต้อนรับคุณทั้งหลาย ผมใคร่จะชี้ให้เห็นว่าการที่คุณทั้งหลายได้เข้ามาในสถาบันอันมีเกียรติของเรานี้ นับว่าเป็นเกียรติแก่ตัวของคุณเองด้วย เพราะเหตุว่าธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นสถาบันกึ่งราชการที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณดีพอสมควร เท่าที่ได้ยั่งยืนมาถึง ๒๕ ปี (ไม่นับอายุของสำนักงานก่อนการตั้งธนาคารแห่งประเทศไทย) จะเห็นได้ว่าเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงไม่แต่เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น ในต่างประเทศก็เป็นที่ยอมรับนับถือว่าเราเป็นสถาบันที่ดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความสามารถและด้วยความรอบคอบ ที่เรียกว่าเป็นสถาบันกึ่งราชการนั้นก็เพราะเหตุว่าถึงอย่างไรๆ เราก็ต้องทำงานอยู่ใต้รัฐบาล แต่เหมือนกับธนาคารกลางส่วนมากทั่วโลก นอกจากจะทำงานภายใต้นโยบายของรัฐบาลแล้ว เรายังมีหน้าที่และสิทธิในธนาคารแห่งประเทศไทยนี้ที่จะให้คำปรึกษา ที่จะทักท้วง ที่จะพยายามช่วยรัฐบาลกำหนดนโยบายนั้นด้วย หน้าที่อันนี้เป็นหน้าที่ที่ธนาคารกลางและธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องดำเนินไปอย่างรอบคอบ

นอกจากนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยยังเป็นที่รักษาทรัพย์สมบัติสำคัญของชาติ ผมใช้คำว่าชาติ ไม่ได้ใช้คำว่ารัฐบาล ทรัพย์สมบัติของชาตินั้น คือเงินสำรองระหว่างประเทศ เงินทุนสำรองเงินตรา ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้มอบหมายไว้ให้นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีคลังเป็นผู้ที่สั่งจ่ายได้ ไม่ว่ารัฐมนตรีใดๆ ก็สั่งไม่ได้ ผู้ที่จะสั่งจ่ายได้ในทางปฏิบัติแท้ๆ ก็คือผู้ว่าการและรองผู้ว่าการ เพราะฉะนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเสมือนหนึ่งเป็นผู้ที่พิทักษ์รักษาทรัพย์สมบัติประเทศในด้านการเงินดังกล่าวนี้ นอกจากที่เกี่ยวกับนโยบายแล้วก็ยังจำเป็นที่จะต้องรับหน้าที่ความรับผิดชอบ และสิทธิที่จะรักษาปกปักเงินสำรองระหว่างประเทศ

อีกประการหนึ่ง ใน ๕–๖ ปี ๗–๘ ปี ที่แล้วมา ประเทศไทยได้ดำเนินการก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ มีเสถียรภาพพร้อมกับความเจริญขึ้นผิดหูผิดตา แตกต่างกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นๆ หลายประเทศ ความเจริญไปในทางเศรษฐกิจนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีส่วนสำคัญในการอำนวยให้เศรษฐกิจของไทยเราดำเนินไปได้ดีขึ้นนั้น ด้วยการทำหน้าที่หลายๆ ประการ

ด้วยเหตุต่างๆ ที่ผมได้กล่าวมาเมื่อตอนต้น ในเมื่อคุณเข้ามาเป็นสมาชิกในสถาบันนี้ และสถาบันนี้มีชื่อเสียง มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบที่สำคัญ และมีการดำเนินงานที่ดีพอเป็นที่ยกย่องแก่ต่างประเทศเช่นนี้ ก็อยากจะให้คุณทั้งหลายได้มีความภาคภูมิใจร่วมกับพวกเรา และถือศักดิ์ศรีของธนาคารนี้เป็นที่สำคัญ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ธนาคารเราจะไม่มีจุดด่างพร้อยเสียเลยในชั่วระยะ ๒๕ ปีที่แล้วมา จุดด่างพร้อยนั้นมีอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม พอจะถือได้ว่าสถาบันนี้เป็นหลักในทางด้านนโยบายการเงินของประเทศตลอดมาด้วยดี ไม่ว่าผู้ว่าการใดๆ จะได้ครองตำแหน่งมา ก็ได้ดำเนินการมาด้วยดี เพราะฉะนั้น จึงเห็นว่าคุณทั้งหลายควรจะภาคภูมิใจในข้อเท็จจริงข้อนี้

เมื่อคุณทั้งหลายเข้ามาทำงานในธนาคารแห่งประเทศไทยนี้ ธนาคารมีอะไรตอบแทน มีอะไรที่จะทำให้คุณทั้งหลายสามารถดำรงชีพอยู่และทำงานด้วยดี และด้วยสมรรถภาพ เรื่องระเบียบ เรื่องอัตราเงินเดือน เรื่องสวัสดิภาพสงเคราะห์ต่างๆ ผมเข้าใจว่าหลายคนในที่นี้คงจะรู้ดีกว่าผมด้วยซ้ำ คงจะได้อ่าน คงจะได้ทราบ และคงจะได้ถกเถียงกันในเรื่องต่างๆ มาแล้ว ผมอยากจะเพียงแต่อธิบายหลักการให้ฟังว่า สำหรับเรื่องบำเหน็จเงินเดือนและสวัสดิสงเคราะห์นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการก็ดี จะเป็นผู้ว่าการ รองผู้ว่าการ หรือผู้อำนวยการต่างๆ ก็ดี ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะให้พนักงานรู้สึกอบอุ่น มีความมั่นคง และมีความพึงพอใจในรายได้และสิ่งต่างๆ ที่ได้รับ แต่ใคร่จะกล่าวให้ฟังว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นที่เพ่งเล็งของเพื่อนข้าราชการในหน่วยราชการต่างๆ ว่าเรามีฐานะ เงินได้และสิ่งต่างๆ สูงกว่าในหน่วยราชการ ข้อที่เพ็งเล็งนี้จะดีหรือจะชั่ว มองไปในแง่ร้ายหรือจะแง่ดีก็ตาม ก็ต้องเป็นผลทำให้ผู้ที่สนใจมาพิจารณาถึงเรื่องบำเหน็จตอบแทนที่พนักงานธนาคารได้รับ และเนื่องจากเราเป็นหน่วยกึ่งราชการ เราจะทำอะไรให้แตกต่างไปจากราชการมากจนเกินไปนัก ย่อมไม่สามารถที่จะกระทำได้โดยเต็มที่ เรามีข้ออ้างอยู่ว่าเนื่องจากเงินเดือนของข้าราชการนั้นต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับเงินเดือนในธนาคารพาณิชย์ และห้างร้านต่างๆ แต่นั่นแหละข้ออ้างข้อนี้เป็นข้อที่เราย่อมต้องคำนึงอยู่ด้วยเหมือนกันว่า ผู้ที่เขาได้รับต่ำกว่าเรา และก็เผอิญเป็นรัฐบาลด้วยนั้น เขาย่อมมีความข้องใจอยู่เป็นธรรมดา เฉพาะอย่างยิ่งในเมื่ออัตราเงินเดือนของเรา ทำให้คนขับรถหรือนักการ มีขั้นวิ่งขึ้นไปถึง ๒–๓ พันบาทต่อเดือน นี่ย่อมเป็นข้อที่อ้างได้ หรือเสมียนชั้นสูงสุดจะเป็นเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ แต่ก็ไปเทียบกับราชการแล้วก็ย่อมดีกว่าของชั้นโทของข้าราชการ เป็นต้น นี่ผมอยากจะระบายเรื่องนี้ให้ฟังว่า แม้ว่าธนาคาร ด้วยคณะกรรมการ ด้วยผู้อำนวยการ ผู้ว่าการ รองผู้ว่าการ พยายามที่จะเลี้ยงพนักงานให้ได้รับความอบอุ่นและดีอยู่ประการใดก็ตาม ก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณาสิ่งต่างๆ ให้สมดุลกัน มีโอกาสที่จะสนับสนุนก็จำเป็นที่จะต้องสนับสนุน และบางโอกาสที่จำเป็นที่จะต้องชะลอการขึ้นเงินเดือนของพนักงานบางประเภทและบางท่าน ก็อย่าไปนึกว่าพวกเราทำด้วยความย่ามใจ หรือทำด้วยความสนุก เราชั่งใจแล้วชั่งใจอีก ทั้งทางด้านนอกธนาคารและภายในธนาคาร ได้พยายามอยู่เสมอที่จะให้เป็นไปโดยสมดุล ให้สิ่งต่างๆ เป็นไปโดยดี สรุปความเรื่องการบำเหน็จรางวัลและสวัสดิสงเคราะห์แก่พนักงานนั้น ธนาคารถือเป็นนโยบายอยู่ที่จะให้มากที่สุดที่จะมากได้โดยชอบธรรม และโดยที่จะเป็นการถาวรยืดเยื้อกันต่อไป โดยไม่มีการกินแหนงแคลงใจระหว่างรัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทย และหวังว่าคุณทั้งหลายจะรู้สึกมีความอบอุ่น ที่เรามีเจตนา ที่เราให้แก่คุณทั้งหลายพอสมควร

ธนาคารต้องการอะไรตอบแทนจากคุณทั้งหลาย ในเมื่อมีเจตนาและความพยายามที่จะให้ความอบอุ่น ให้การครองชีพของคุณดำเนินไปได้ด้วยดี ธนาคารต้องการอะไรตอบแทนจากพวกคุณทั้งหลาย แน่ละ ชั้นต่างๆ ประเภทต่างๆ ของงานของคุณที่เข้ามานั้นก็ย่อมอาศัยวิชาความรู้ในประเภทต่างๆ และในระดับต่างๆ กัน ธนาคารต้องการวิชาความรู้ ความสามารถจากคุณทั้งหลาย ให้มาเป็นส่วนหนึ่งในจักรใหญ่ เพื่อที่จะทำหน้าที่ของธนาคารให้ได้โดยดี และเรื่องความสามารถและวิชาความรู้ที่คุณทั้งหลายมีแต่ละคนนั้นไม่เป็นที่สงสัยแน่ เพราะเหตุว่าตามระเบียบการคัดเลือกก็ดี เมื่อมีความเป็นธรรมแล้วก็มั่นใจได้ว่าวิชาความรู้ในเบื้องต้นของคุณทั้งหลายนั้นต้องดีพอที่จะรับเข้ามา เพราะฉะนั้นข้อแรกที่เกี่ยวกับวิชาความรู้และความสามารถของคุณนั้น ผมไม่เป็นห่วง

ข้อที่ต้องการจากคุณข้อที่ ๒ คือความอุตสาหะและวิริยะ คือ ไม่ใช่แต่ว่ามีความรู้เข้ามาแล้ว ไม่ใช้ความรู้ หรือใช้ความรู้เป็นประโยชน์แก่ธนาคารเพียงกึ่งหนึ่ง นี้ไม่ต้องการ เมื่อมีความสามารถและความคิดนั้นให้แก่ธนาคาร ให้เป็นประโยชน์แก่ธนาคาร ถึงแม้ว่าเราจะมีหน้าที่เพียงแต่พิมพ์ดีด หรือเพียงแต่จ่ายเงิน หรือเพียงแต่ตรวจเงิน หรือเพียงแต่ลงทะเบียน จะเป็นอย่างไรก็ต้องนึกถึงเสมอว่างานที่เราทำนี้ ถ้าไม่ทำแล้วผู้ว่าการทำงานไม่ได้ ผู้อำนวยการทำไม่ได้ ต้องไปจ้างผู้อื่นเขามาทำ เพราะฉะนั้นขอให้พยายามอุทิศเวลาและอุทิศความสามารถความคิด ให้ทำงานให้เป็นประโยชน์แก่ธนาคารให้มากที่สุดที่จะมากได้ นี่เป็นสิ่งที่ธนาคารต้องการตอบแทนจากพวกคุณ

และสำคัญไปกว่านั้นคือข้อที่ ๓ ที่ธนาคารต้องการจากพวกคุณ ถ้าขาดความซื่อสัตย์สุจริตเชื่อถือกันได้แล้ว ธนาคารนี้ล้ม ไม่มีทางที่จะทำอะไรได้ เราจะออกระเบียบสักปานใดเพื่อป้องกัน เพื่อแก้ไขมิให้คนทำทุจริตได้ แต่ระเบียบนั้นมนุษย์เราย่อมอยู่เหนือกว่าแน่  คือต้องแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นความซื่อสัตย์สุจริตนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และเป็นสิ่งที่ได้ให้คะแนนสูงแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยตลอดชั่วระยะ
๒๕ ปี ที่มีอยู่นี้ ความซื่อสัตย์สุจริตนี่หมายความว่าทำอะไรตรงไป
ตรงมา เรื่องตั้งแต่การทำงานเป็นเสมียนหรือทำงานในฐานะเป็นผู้รับเงิน แลกเงิน อะไรต่างๆ ไม่มีการเบียดบัง ตลอดจนกระทั่งความสุจริตในแง่ที่จะใช้ความคิดทางวิชาการก็ดี เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าอื่นๆ ถ้าจะให้ผมเลือกระหว่างผู้ที่มีความสามารถแต่ไม่สุจริต กับผู้ที่สุจริตแต่ไม่มีความสามารถมากนัก ถ้าผู้ที่มีความสามารถนั้นมีสิ่งที่ควรสงสัยว่าอาจจะไม่สุจริตแล้ว ไม่มีนายที่ไหน ไม่มีหัวหน้าสำนักงานที่ไหนจะเลือก เพราะฉะนั้นในการพิจารณาเรื่องต่างๆ นั้น ทางธนาคารก็ย่อมต้องพิจารณาถึงเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสำคัญ และขอให้คุณทั้งหลายยึดมั่นในข้อนี้เพื่อความสุขความเจริญของคุณทั้งหลายต่อไปในการทำงานที่นี่

เมื่อผมคิดเรื่องที่ควรจะพูดอะไรกับคุณในวันนี้ ทำให้ผมคิดถึงเมื่อผมเข้ามาร่วมงานในธนาคารแห่งประเทศไทยครั้งแรก ประมาณ ๑๘ ปีมาแล้ว (ผมไม่เคยเป็นพนักงานของธนาคารโดยตรงเลย เคยแต่เป็นข้าราชการกระทรวงการคลัง ธนาคารยืมมาใช้งาน แต่ก็ได้เริ่มเข้ามาร่วมงานในธนาคารนี้ประมาณ ๑๘ ปี) ถึงนึกได้ว่า ครั้งนั้นเมื่อผมยังอยู่ในขนาดคุณ เข้ามาใหม่ๆ รู้จักคนนิดหน่อย และเกรงกลัวผู้ที่มีอำนาจในธนาคารนี้ ก็มีความข้องใจในการทำงานของธนาคารอยู่หลายประการ เป็นธรรมดาของมนุษย์ ถ้าหากเราใช้ความคิดเราทำอะไรสักอย่างหนึ่งก็ต้องมีการวิจารณ์ เช่น เดินตามถนนเราก็ต้องเห็นว่าถนนนั้นมีสิ่งที่บกพร่อง มีสิ่งที่น่าจะปรับปรุง ฉันใดก็ฉันนั้น ธนาคารก็เช่นเดียวกัน การดำเนินงานย่อมเป็นสิ่งที่คนเข้ามาใหม่ หรือคนที่อยู่นานพอสมควรแล้วก็ตามเถอะ ย่อมเห็นว่ามีที่ติได้ และเมื่อตินี่เราก็ต้องคิดดูว่ามันควรจะแก้ไขอย่างไร พวกคุณไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อครั้งที่ผมเป็นอย่างพวกคุณเมื่อเข้ามาใหม่ๆ นั้น ได้นินทาพวกผู้บังคับบัญชาจนพอสมควรกับเพื่อนๆ เพราะฉะนั้นพวกเราที่นั่งกันอยู่ทางด้านนี้ (คือรองผู้ว่าการ และผู้อำนวยการทั้งหลาย) ไม่ได้หวังอย่างอื่น นอกจากจะหวังให้พวกคุณพยายามนินทาพวกเราว่าที่ทำอะไรต่างๆ นั้น ดีหรือไม่ดีอย่างใด แต่นินทาเฉยๆ ไม่ได้ ต้องคิดด้วยว่าถ้าฉันมีอำนาจขึ้นเมื่อใด ถ้าฉันมีอำนาจและมีความรับผิดชอบเป็นหัวหน้าขึ้นมาเมื่อใด จะทำอย่างไรจึงจะทำให้ดีขึ้นกว่าที่นายป๋วยกับนายพิสุทธิ์[1] ทำอยู่ในเวลานี้ ต้องคิดอย่างนั้นแล้วสถาบันของเราที่เจริญแล้วก็จะเจริญยิ่งขึ้น แต่แน่ละ การนินทานี่ก็เห็นจะไม่ต้องบอกกับพวกคุณว่า ถ้านินทาให้พวกเราได้ยินมาก และนินทาโดยใช้ถ้อยคำชนิดที่ไม่ถูกหู ก็จะเป็นภัยแก่คุณเหมือนกัน ไม่ว่าที่ไหน แต่ว่าอยากจะบอกว่าถ้าหากช่วยกันคิด ช่วยกันสังเกต ช่วยกันหาวิธีให้มันดีขึ้น สถาบันของเราก็จะเจริญ และพวกเราที่อยู่ในสถาบันอันมีเกียรตินี้ก็จะเจริญด้วย

สรุปความว่า ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณทั้งหลายคงจะได้รับความอบอุ่นจากธนาคารนี้ คงจะได้ตอบแทนธนาคารด้วยความซื่อสัตย์ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และด้วยวิชาความรู้ของคุณอย่างเต็มที่ และหวังว่าท่านจะช่วยกันคิดอ่านแก้ไข ทำให้ธนาคารนี้ดำเนินการดียิ่งขึ้น รุดหน้าทันสมัยและล้ำสมัยให้ได้ดีเสมอไป ความเจริญของสถาบันก็จะสะท้อนกลับมาสู่ความเจริญของท่าน และขอให้คุณทั้งหลายจงมีความสุขความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่และในชีวิตส่วนตัวของคุณยิ่งและยั่งยืนตลอดไป

ขอบคุณ

 

 

[1]  นายพิสุทธิ์ นิมมานเหมินท์ รองผู้ว่าการ