ไม่มีการลดค่าเงินบาท

ไม่มีการลดค่าเงินบาท

แปลจากที่กล่าวในงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ของหอการค้าอเมริกัน

ณ โรงแรมดุสิตธานี วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๑๔

 

 

 

ผมขอถือโอกาสที่ได้รับไมตรีจิตจากหอการค้าอเมริกันวันนี้ประกาศว่า จะไม่มีการลดค่าเงินบาทต่อไปอีกนาน

ผมทราบว่า ท่านทุกคนตระหนักดีอยู่ว่าแม้จะมีการลดค่าเงินบาท ผมก็คงจะต้องพูดอย่างเดียวกันกับข้างต้น แต่ถ้าจะมีการลดค่าเงินบาทจริง ผมจะไม่รับอาสามาพูดในวันนี้เพื่อให้คำรับรองแก่ท่าน
ผู้เป็นมิตร และตามปกติผมไม่มีนิสัยที่จะกล่าวมดเท็จโดยเจตนา ไม่ว่าจะในเรื่องใด

ดุลการชำระเงินของประเทศไทยได้ขาดดุลมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ ในปีนั้นเราขาดดุลกัน ๔๘ ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี ๒๕๑๓ จำนวนขาดดุลเพิ่มเป็น ๑๒๘ ล้านเหรียญสหรัฐ ใน ๒ หรือ ๓ ปีข้างหน้าก็คงจะยังขาดดุลต่อไปอีกก่อนเหตุการณ์จะดีขึ้น อย่างไรก็ดี แม้ข้อเท็จจริงและการคาดคะเนของเราจะเป็นดังที่กล่าว แต่หลังจากที่นำปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้มาพิจารณาทั้งหมดแล้ว ผมขอยืนยันว่าจะไม่มีการลดค่าเงินบาท

หากเราจะลดค่าเงินบาท ก็หมายความว่าเราต้องการจะขายสินค้าของเราให้ถูกลงเพื่อที่จะได้เงินตราต่างประเทศเข้ามามากขึ้น และหมายความด้วยว่า เราต้องการให้สินค้าเข้ามีราคาสูงขึ้น เพื่อให้การใช้จ่ายเงินตราต่างประเทศลดน้อยลง

ปัญหามีอยู่ว่า เราจะสามารถหาเงินตราต่างประเทศได้มากขึ้น และใช้จ่ายน้อยลงโดยค่าเงินบาทหรือไม่

ทางด้านรับสินค้าออกที่สำคัญทุกชนิดของเรา ยกเว้นข้าว มีราคาอยู่ในระดับที่แข่งขันกับประเทศอื่นได้อยู่แล้ว ผมหมายถึงข้าวโพด ยาง ดีบุก ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ยาสูบ ถั่วเหลือง และแร่ต่างๆ สินค้าที่กล่าวมานี้มีอุปสรรคอยู่ที่การผลิต การจำหน่าย ทั้งในด้านปริมาณ และการจำหน่าย ทั้งในด้านปริมาณ มาตรฐาน และคุณภาพ การที่จะขายสินค้าเหล่านี้ให้ถูกลงจะไม่ช่วยให้ได้เงินตราต่างประเทศเข้ามามากขึ้น ตรงกันข้าม การลดค่าเงินบาทจะทำให้เราได้เงินตราต่างประเทศเข้ามาน้อยลง

สำหรับข้าว ซึ่งมีมูลค่าส่งออกประมาณ ๑๗% ของมูลค่าสินค้าออกทั้งสิ้นในปี ๒๕๑๓ นั้น ปรากฏว่าตลาดยังต้องการข้าวคุณภาพดีของเราอยู่มาก และการที่จะขายให้ต่างประเทศในราคาปัจจุบันก็ไม่สู้มีปัญหาแต่อย่างใด ปัญหาอยู่ที่ข้าวคุณภาพชั้นรองลงไปและข้าวเหนียว ข้าว ๒ ประเภทนี้เราจะต้องพยายามขายตัดราคาลง เพื่อเป็นทางระบายข้าวที่มีค้างอยู่และเพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อรายใหม่ๆ ในการแก้ปัญหานี้เรามีอาวุธหลายชนิดอยู่ในมือที่อาจนำออกใช้ได้ เราอาจจะลดพรีเมียมข้าวหรือในบางกรณียกเลิกโดยสิ้นเชิง เราอาจจะเสนอขายข้าวแบบสินเชื่อระยะยาวให้แก่ลูกค้าของเรา โดยคิดหรือไม่คิดดอกเบี้ย เราอาจจะปรับปรุงผ่อนคลายระเบียบการต่างๆ และสนับสนุนให้มีการใช้ข้าวคุณภาพเลวเป็นอาหารสัตว์หรือเพื่อใช้ในการอุตสาหกรรม การใช้มาตรการใดมาตรการหนึ่งที่กล่าวมานี้หรือหลายๆ มาตรการรวมกันจะได้ผลในการแกปัญหาที่มีโดยตรง แต่การที่จะลดค่าเงินบาทเพียงเพื่อแก้ปัญหานั้น เท่ากับเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนโดยแท้

ทางด้านจ่าย ในระยะหลังๆ นี้สินค้าเข้ากว่า ๗๐% ของประเทศเรา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ประกอบด้วยสินค้าประเภททุน สินค้าวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบ น้ำมันและอาวุธยุทธภัณฑ์ เราจะเพิ่มราคาของสินค้าที่จำเป็นเหล่านี้โดยจงใจด้วยวิธีลดค่าเงินบาท อันจะมีผลให้ราคาสินค้าเหล่านี้สูงขึ้นเช่นเดียวกับสินค้าอื่นๆ หรือ เมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว รัฐบาลได้ตัดสินใจถูกที่ใช้มาตรการทางด้านภาษีอากร เพื่อลดการนำสินค้าเข้าหลายประเภท มาตรการนี้มีข้อดีสำคัญยิ่งอยู่ประการหนึ่งคือ รัฐบาลสามารถที่จะเลือกได้ตามต้องการว่าจะจำกัดเฉพาะสินค้าประเภทใด การใช้มาตรการนี้ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระยะที่ผ่านมา เพราะสินค้าเข้าที่ได้ขึ้นอากรมีปริมาณนำเข้าลดลงจริง (แต่ในขณะเดียวกันรายได้ของรัฐบาลจากอากรขาเข้าได้ลดลงด้วย) ถ้าเมื่อใดมีความจำเป็นและสมควรที่จะต้องลดปริมาณการนำสินค้าเข้าบางประเภทลงอีก เรายังมีมาตรการทางด้านเครดิต และการคลังอีกหลายชนิดในคลังอาวุธเราที่จะนำมาใช้ได้ มาตรการเหล่านี้ให้ผลต่างกับการลดค่าเงินบาททั้งสิ้น เพราะใช้กับสินค้าเป็นชนิดๆ ได้

วิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจปัจจุบันของเราที่แท้จริงก็คือ ต้องพยายามสนับสนุนให้ผลิตได้มากขึ้น โดยผลิตสินค้าที่ตลาดโลกต้องการให้มากขึ้น และเพิ่มสินค้าที่ผลิตและส่งออกให้มากประเภทขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเรา ซึ่งมีทางที่จะขยายให้กว้างขวางได้มากขึ้นนั้น ก็สมควรจะปรับปรุงและแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ที่มีอยู่เพื่อเป็นทางที่จะเพิ่มรายรับด้านบริการของเรา

วิธีแก้ปัญหาที่ผมกล่าวมานี้ จริงอยู่จะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง อาจจะ ๒ หรือ ๓ หรือแม้แต่ ๔ ปี ในระหว่างนั้นเราจะล้มละลายหรือไม่ ไม่หรอกครับ ทองคำและเงินตราต่างประเทศของทางการยังมีจำนวนทั้งสิ้น ๙๔๑ ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อคิดถึงว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมาเงินสำรองของเรามีน้อยกว่า ๔๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่แม้กระนั้นเราก็อยู่กันได้อย่างสุขสบายเป็นปกติ ท่านคงเห็นพ้องด้วยกับผมว่า บุคคลใดก็ตามที่ตื่นตระหนกในขณะที่เงินในกระเป๋ามีอยู่ถึง ๙๔๑ ล้านเหรียญสหรัฐ นั้นย่อมถึงเวลาจะไปหาจิตแพทย์ได้แล้ว ที่เราไม่ควรลืมอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ประเทศไทยเป็นสมาชิกสถาบันการเงินให้กู้ยืมเงินของโลกสถาบันหนึ่งอยู่ คือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่แล้วมาเรายังไม่เคยใช้สิทธิที่มีกู้เงินจากสถาบันนี้เลย แต่หากเมื่อใดมรสุมเศรษฐกิจแรงจัด เราก็ยังสามารถที่จะฝ่าฟันมรสุมนี้ไปได้โดยใช้สิทธิของเรานี้กู้เงินในรูปต่างๆ เช่น กู้แบบที่เรียกว่าภายในช่วงเครดิตหรือภายใต้โครงการการกู้ยืมเพื่อชดเชยมูลค่าออกที่ลดลง และโครงการการกู้ยืมเพื่อใช้ชำระค่าเงินที่ส่งสมทบเข้ามูลภัณฑ์กันชนดีบุก เรามีสิทธิที่จะกู้เงินในรูปแบบต่างๆ นี้ได้ถึงประมาณ ๒๖๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เงินดังกล่าวนี้ที่จริงก็คือเงินสำรองอันดับ ๒ ของเรานั่นเอง

สุดท้ายผมขอกล่าวไว้ ณ ที่นี้และในโอกาสนี้ว่า ปัจจุบันประเทศ
ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจและการเงินหลายอย่างหลายประการ ปัญหาเหล่านี้ทั้งรัฐบาลและประชาชนจะต้องพยายามช่วยกันแก้อย่างจริงจัง เรามีสิ่งที่ยังจะต้องทำต่อไปอีกมาก และอนาคตก็ยังไม่แจ่มใส อย่างไรก็ดี สำหรับปัญหาที่เราจะต้องแก้ให้สำเร็จนี้ การลดค่าเงินบาทนั้นนอกจากจะไม่จำเป็นและไร้ประโยชน์สำหรับระยะนี้และระยะข้างหน้า ซึ่งอาจจะเป็นเวลาหลายปีแล้ว ยังจะเป็นอันตรายอย่างแท้จริงและจะทำการแก้ปัญหาโดยวิธีที่ถูกที่ควรยากลำบากยิ่งขึ้นด้วย

ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่เคารพ ผมขอเชิญชวนให้ท่านเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยสักครู่หนึ่ง จากข้อเท็จจริงที่ได้นำมากล่าวนี้ ท่านจะแนะให้รัฐบาลลดค่าเงินบาทของเราหรือ

ขอให้เราพร้อมใจกันกล่าวว่า ไม่ลด