Up

จดหมายเหตุฯ ป๋วย

คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน หรือรู้จักกันในชื่อ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน เป็นบทความ 2 หน้า ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความต้องการพื้นฐานในชีวิตของผู้เขียน ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงเสียชีวิต

ข้อเขียนนี้เดิมเป็นภาษาอังกฤษ ถูกนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกไกล (Southeast Asian Development Advisory Group - SEADAG) เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 ก่อนจะตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ในชื่อ The Quality of Life of a South East Asian : A Chronical of Hope from Womb to Tomb (ต่อมารู้จักกันในชื่อ From Womb to Tomb) และภายหลังถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน หรือที่รู้จักกันดีในเวลาต่อมาในชื่อ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน

ในเนื้อหาของบทความโดยหลักเป็นข้อเรียกร้อง รัฐสวัสดิการ มีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับหลักประกันสังคมและคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่คนคนหนึ่งพึงมี รวมไปถึงเรื่องทั่วไปในสังคมซึ่งยังคงใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน ผู้แต่งใช้คำศัพท์ที่ไม่ซับซ้อน สามารถเข้าใจได้ง่าย เป็นหนึ่งในบทความที่มีการคัดลอกและถ่ายทอดมากที่สุดบทความหนึ่งในสังคมไทย

กล่าวถึงเรื่องราวที่ดร.ป๋วยยังเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 8 ของโรงเรียนอัสสัมชัญ ซึ่งสมัยนั้นท่านยังไม่สนใจในเรื่องการเมือง การปกครองและสิทธิ เสรีภาพของราษฎร อีกทั้งในบทเรียนก็ไม่มีการสอนในเรื่องเหล่านี้ ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ 3 ประการ ซึ่งทำให้จิตใจของท่านเริ่มหวั่นไหวเล็กน้อย คือ มีการเริ่มสอนปรัชญาในชั้นมัธยมปีที่ 8 ซึ่งทำให้ท่านได้เริ่มเรียนรู้ว่าความคิดของมนุษย์จะเป็นความคิดที่ประเสริฐได้เมื่ออยู่ในสภาพที่มีเสรีภาพ รวมทั้งได้มีการรัฐประหารเปลี่ยนแปลงการปกครอง และนักเรียนจำนวนหนึ่งใช้สิทธิเสรีภาพเรียกร้องให้โรงเรียนกระทำการบางอย่าง จึงทำให้ท่านและเพื่อนๆ เริ่มสนใจและหาหนังสือที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครองมาศึกษาจนกระทั่งเมื่อท่านได้ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษท่านได้พบกับ พร้อม วัชรคุปต์ ซึ่งเป็นนักเรียนไทยที่นั่น และท่านผู้นี้เองเป็นคนแรกที่ให้สติเรื่องเผด็จการ และประชาธิปไตยแก่ ดร.ป๋วย จึงทำให้ดร.ป๋วย สนใจการเมืองการปกครองของไทยมากขึ้นเป็นลำดับ นอกจากนี้ในตอนท้ายของบทความท่านยังเสนอความเห็น 2 ประการคือ ไทยจะเจริญได้ก็ต่อเมื่อประชาชนสนใจในเรื่องของบ้านเมือง และลักษณะของบ้านเมืองที่พึงปรารถนา 4 ประการ คือมีสมรรถภาพ เสรีภาพ ความยุติธรรมและการแผ่เมตตากรุณา

ภายหลัวจากรัฐประหาร 20 ตุลาคม 2501 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์  คณะรัฐประหารได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ยุบสภาผู้แทนราษฎร  ยุบพรรคการเมือง  แล้วตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะรัฐประหาร  เพื่อทำหน้าที่สภานิติบัญญัติและร่างธรรมนูญ  แม้จนจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 8 ธันวาคม  2506 ก็ยังไม่มีวี่แววส่ารัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้น จนกระทั่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511  ได้ประกาศใข้ใน วันที่ 20 มิถุนายน พุทธศักราช 2511  รวมเวลากว่า 10 ปี และมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์  2512 ถึงแม้จอมพลถนอม กิตติขจรได้เป็นนายรัฐธรรมนตรีอีกสมัย แต่ก็มีการรัฐประหารตัวเองเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 ในระหว่างนั้น จากนั้น อ.ป๋วย เดินทางไปประเทศอังกฤษเป็น VISITING PROFESSOR ที่มหาวิทยาลัยเคม บริดจ์ อ.ป๋วยได้เขียนจดหมายในนาม “นายเข้ม เย็นยิ่ง” ซึ่งเป็นชื่อรหัสเมื่อครั้งเป็น “เสรีไทย” สงคราม โลกครั้งที่สองไปท้วงจอมพลถนอม  กิตติขจร โดยแจ้งว่า   “ผมเขียนด้วยความหวังดีต่อท่าน และได้จ่าหน้าซองมีหนังสือนำถึงท่านโดยตรงแจ้งให้ทราบแน่ชัดว่า จดหมายนี้มา จากผม ต่อเมื่อท่านไม่มี ปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างใดผมจึงนำเอาจดหมายนี้ออกตีพิมพ์เป็นจดหมายเปิดผนึก”   จดหมายชิ้นนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารชาวบ้านกุมภาพันธ์ 2515 และมีการเผยแพร่อย่างรวดเร็วจนเป็นหนึ่งในการเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

หลังจากที่อ.ป๋วยได้เขียน จดหมายจากนายเข้ม เย็นยิ่ง ถึงนายทำนุ เกียรติก้อง ผู้ใหญ่บ้านไทยเจริญ  ออกไปแล้วมีเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้ง เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยในเหตุผลที่แตกต่างออกไป  ต่อมาอ.ป๋วยได้เขียนบันทึกประชาธรรมโดยสันติวิธี   เป็นบันทึกเหตุผลที่นายเข้ม เย็นยิ่ง ต้องเขียนจดหมายถึงนายทำนุ เกียรติก้อง นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของสันติวิธี และเสนอวิธีการทางสันติที่จะทำให้เกิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทางด้านการ เมือง บทความชิ้นนี้ต่อมาได้ตีพิมพ์รวมเล่มกับบทความด้านสันติวิธีอื่น ๆ ในหนังสือ สันติประชาธรรม, (พระนคร : เคล็ดไทย, 2516.)

ข้อเขียนชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของปาฐกถา “เหลียวหลัง แลหน้า” ในโอกาสครบรอบ  60 ปี ของ อ.ป๋วย  กล่าวถึงแม่ นางเซาะเซ็ง อึ๊งภากรณ์ (สกุลเดิม: แซ่เตียว)  ในแง่ต่างๆ ได้แก่ ประวัติส่วนตัวของแม่ นิสัยของแม่ การอบรมลูก ปัญหาเศรษฐกิจของแม่ คาถาของแม่ ได้แก่ความมานะเด็ดเดี่ยว ความรักอิสระและเสรีภาพ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเมตตากรุณา ท้ายบทความได้กล่าวถึงภรรยาของท่านกับของขวัญวันเกิดที่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยนำมามอบให้ท่าน

 
 
Powered by Phoca Download