รับราชการช่วงแรก (2492-2502)

หลังจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก อาจารย์ป๋วยเดินทางกลับประเทศไทยเข้ารับข้าราชการใน กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ในปี 2492 เป็นกําาลังสําาคัญในการเจรจากู้เงินจากธนาคารโลก เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื ้นฐานของประเทศ เช่น การสร้างเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และจัดส่งนํา้ เข้านา การซ่อมแซมสถานีรถไฟหัวลําโพง ซึ่งถูกทําลายบางส่วนในระหว่างสงคราม การขยายและปรับปรุงท่าเรือกรุงเทพฯ เป็นต้น แม้ว่าอาจารย์ป๋วยยังเป็นพนักงานช้ันผู้น้อยในขณะน้ัน แต่ความรอบรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจและโครงการท่ีจะจัดทําตลอดจนไหวพริบและการเจรจาท่ีเฉลียวฉลาดของ อาจารย์ป๋วย เป็นส่วนสําาคัญที่ทําาให้กู้เงินได้สําาเร็จลุล่วงด้วยดี




นอกจากใช้ความสามารถในการเจรจาขอกู้เงินแล้ว อาจารย์ป๋วยยังสามารถเจรจากับเจ้าหน้าที่ ชาวอเมริกันระดับสูงของ USOM และอุปทูตอเมริกันให้ร่วมกันเสนอต่อรัฐบาลอเมริกันให้สร้างถนน มิตรภาพระหว่างสระบุรี-นครราชสีมา เป็นตัวอย่างของถนนที่ได้มาตรฐาน โดยรัฐบาลไทยไม่ต้องเสีย เงินเลย เป็นถนนที่สร้างตามมาตรฐานสากลสายแรก สร้างถูกแบบและลาดยางมะตอยอย่างได้มาตรฐาน ผิวถนนจึงเรียบ วิ ่งได้เร็วโดยไม่กระเทือน และกรมทางหลวงได้ใช้มาตรฐานนี้ในการสร้างถนนสายอื่น ต่อจากนั้นมาหลังจากทำางานเพียง 3 ปี อาจารย์ป๋วยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยฝ่ายวิชาการของ ปลัดกระทรวงในปี 2495 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2496 นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการบริหารสภาเศรษฐกิจแห่งชาติพร้อมกันไปด้วย เมื่อเลิกสงครามใหม่ๆ เศรษฐกิจการคลัง การธนาคารของไทยยุ่งเหยิงเต็มที อาจารย์ป๋วยบันทึกไว้ว่า



ผู้ใหญ่หลายคนเล่าให้ฟังว่า ตัวจักรสำคัญที่แก้ไขและปรับปรุงในเรื่องต่างๆที่ยุ่งเหยิงอยู่จนเข้าที่ เข้าทาง ก็คืออาจารย์ป๋วยนี้เอง โดยเฉพาะในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน สามารถปรับปรุงระบบให้ใช้อัตรา แลกเปลี่ยนอัตราเดียวได้สำเร็จ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำ าให้การค้าระหว่างประเทศก้าวหน้าไปได้ อย่างราบร่น และมีการประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ อีกด้วย

เมื่อดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เพียง 7 เดือนเศษ มรสุมทางการเมือง ก็โหมกระหน่ำาอาจารย์ป๋วยอีกครั้งหนึ่งเหตุเกิดจากจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ต้องการ “ซื้อ” สหธนาคารกรุงเทพจำกัด จากนายสหัส มหาคุณ แต่เนื่องจากธนาคารแห่งนี้ต้องเสียค่าปรับแก่ธนาคาร แห่งประเทศไทยเป็นจำ านวนหลายล้านบาท ด้วยเหตุท่ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย จอมพล สฤษดิ ์ ธนะรัชต์ และผู้มีอำ านาจทางการเมืองในขณะนั้นต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ยกเลิกการปรับ แต่อาจารย์ป๋วยไม่ดำาเนินนโยบายลู่ตามลม จึงต้องออกจากตำาแหน่งรองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยในปลายปี 2496 นับเป็นผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงเวลานั้นสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของธนาคารกลางแห่ง

หลังจากนั้น พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ได้พยายามบีบบังคับให้กระทรวงการคลังและธนาคาร แห่งประเทศไทยว่าจ้างบริษัทที่ตนมีผลประโยชน์เป็นผู้พิมพ์ธนบัตรไทย แทนบริษัทโธมัส เดอลารู จำกัด พระบริภัณฑ์ยุทธกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น ได้ถามความเห็นอาจารย์ป๋วยและส่งไป ดูกิจการของบริษัทดังกล่าวในสหรัฐอเมริกาเมื่อไปถึง นายอลัน ดัลเลส (ผู้อำานวยการคนแรกขององค์การ ซี.ไอ.เอ. และเป็นพี่ชายของนายจอห์น ฟอสเตอร์ ดัลเลส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอเมริกัน ในสมัยประธานาธิบดีไอเซนเฮาวร์) ได้พยายามเกลี้ยกล่อมด้วยเหตุผลต่างๆนานาให้ปฏิบัติตามข้อเสนอ ของ พล.ต.อ. เผ่าศรียานนท์ แต่อาจารย์ป๋วยเห็นว่าบริษัทดังกล่าวหามีกิจการเป็นกิจจะลักษณะอันน่า เชื่อถือแต่ประการใดไม่ จึงมีบันทึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอให้พิมพ์ธนบัตรไทยกับ บริษัทโธมัส เดอลารู จำกัดต่อไป



การขัดขวางผลประโยชน์ของผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองในช่วงยุคทมิฬของการเมืองไทยครั้งนี้ยังผล ให้สวัสดิภาพแห่งชีวิตหมดสิ้นไปอาจารย์ป๋วยจึงติดต่อศาสตราจารย์เฟรอเดอริก เบนเนม (ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ในสมัยที่เรียนอยู่ที่ London School of Economics) เพื่อไปทำวิจัย ณ Chatham House ในกรุงลอนดอน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขณะนั้น ช่วยให้ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษา ทางเศรษฐกิจการคลังประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยในอังกฤษซึ่งเป็นตำาแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่แทน

อาจารย์ป๋วยรับตำแหน่งนี้ในปี 2499 ในระหว่างปี 2499-2501 นอกจากจะทำหน้าที่ผู้แทน กระทรวงการคลังแล้ว เมื่อไทยได้เข้าเป็นสมาชิกสภาดีบุกระหว่างประเทศ (International Tin Council) อาจารย์ป๋วยก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนประเทศไทยในสภาดังกล่าว และได้รับเลือกตั้งเป็น รองประธานสภาดีบุกระหว่างประเทศปี 2501-2502 ในระหว่างดำรงตำแหน่งผู ้แทนไทยนี ้ อาจารย์ป๋วยได้แสดงความสามารถในการเจรจาให้สภาดีบุกระหว่างประเทศเพิ่มโควตาการส่งดีบุกออกของ ไทยจาก 7.35% เป็น 8.88% จนเป็นผลสำาเร็จ

อาจารย์ป๋วยเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจการคลังประจำ าสถานเอกอัครราชทูตไทยในอังกฤษ จนถึงปี 2502 เมื่อจอมพล สฤษดิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว อาจารย์ป๋วยจึงได้รับโอกาสให้กลับไป รับราชการในเมืองไทย ในตำแหน่งสำคัญๆ ดังจะกล่าวถึงต่อไป