อัตชีวประวัติ “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”

ในระหว่างปี 2514 – 2516 ภายหลังจากลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (2514) และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2515) แล้วอาจารย์ป๋วยได้ไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ (Visitting Professor) ที่ University College  มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ  ด้วยภาระการสอนที่ไม่มากนักทำให้อาจารย์ป๋วยได้ผลิตงานชิ้นสำคัญ  2 เรื่องคือ

1. Co-ordination of Monetary Policy, Fiscal Policy and Debt Management ซึ่งเป็นการประมวลหลักการและประสบการณ์ในการบริหารนโยบายการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจตลอดช่วงเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

2. Thoughes  on South-East Asia’s Development 1980  (ข้อคิดเพื่อการพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  สำหรับค.ศ. 1980)  ซึ่งมีภาคผนวกอันเลื่องชื่อ The Quality of Life of a South East Asian  ข้อเขียนนี้ถูกนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Development Advisory Group – SEADAG)  เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516

สำหรับภาคผนวกนั้นตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ในชื่อ The Quality of Life of a South East Asian : A Chronicle of Hope from Womb to Tomb

ข้อเขียนนี้ต่อมาถูกแปลเป็นภาษาไทย โดยอาจารย์ป๋วยเอง ในชื่อ “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”  หรือที่รู้จักกันดีในเวลาต่อมาในชื่อ “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” บทแปลภาษาไทย พิมพ์ครั้งแรกในวารสารแห่งยุคสมัยนั้น สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ปีที่11 ฉบับที่ 10 ตุลาคม 2516 ส่วนบทความภาษาอังกฤษรวมเล่มครั้งแรก อยู่ในหนังสือ Best Wishes for Asia พิมพ์โดยสำนักพิมพ์เคล็ดไทย (2518)

หลังจากนั้นข้อเขียน  “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”  ไม่เพียงแต่เป็นข้อเขียนที่ทำให้ส่วนใหญ่นึกถึง อ.ป๋วยเท่านั้น ยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อมาได้สืบสานปณิธานที่ท่านได้วางไว้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย ดังเช่นบทสัมภาษณ์ของนายแพทย์สงวน นิตยารัมพงษ์ (2495-2551)  แม้จะปัจจุบันท่านผู้นี้ได้ล่วงลับไปแล้ว แต่สิ่งที่ท่านได้ผลักดันในกลไกของราชการจนเป็นผลมาสู่นโยบายทางการเมืองคือการประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือรู้จักกันในชื่อ “30 บาทรักษาทุกโรค”  ในบทสัมภาษณ์เมื่อปี พ.ศ. 2544  “ที่ผมตั้งใจจะทำก็คือ ทำอย่างไรให้ประชามีหลักประกันสุขภาพอย่างครบถ้วนตั้งแต่เกิดจนตาย”

ส่วนหนึ่งที่ได้แรงบันดาลใจจากอ.ป๋วย ก็คือเรื่องที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพตั้งแต่จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน สิ่งที่ผมตั้งใจจะทำคือทำอย่างไรให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพอย่างครบถ้วน อยากจะมีส่วนร่วมให้เกิดตรงนี้ขึ้นมา ในตำแหน่งนี้ก็พยายามให้เกิดการปฏิรูปในเรื่องของการประกันสุขภาพที่ตอบสนองสิ่งนี้

แน่นอนว่าภารกิจที่นายแพทย์สงวน นิตยารัมพงษ์ได้ผลักดันนั้นเป็นส่วนไม่ได้มาจากความคิดที่ปรากฏในข้อเขียน“จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”  แต่มาจากวัตรปฏิบัติที่อาจารย์ป๋วยได้ประพฤติปฏิบัติจนเป็นแบบอย่างให้คนรุ่นต่อมาได้ก้าวตาม

เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ และได้รับความเอาใจใส่ และบริการอันดีในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่ และแม่จะต้องไม่มีลูกถี่นัก

พ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกฎหมาย หรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ พ่อกับแม่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้อง

ในระหว่าง 2-3 ขวบแรกของผม ซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ ผมต้องการให้แม่ผมกับตัวผม ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์

ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้ รู้คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมสติปัญญาเรียนชั้นสูง ๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวย หรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น

เมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมาย ทำให้ได้รับความพอใจว่า ตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม

บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อ มีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรม และเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิด และวิชาของมนุษย์ทั้งโลก และประเทศของผมจะได้มีโอกาส รับเงินทุนจากต่างประเทศ มาใช้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวไร่ชาวนา ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีการทำกินแบบใหม่ ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม

ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นมีส่วนในโรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ผมทำอยู่

ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ก็ได้โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนัก

ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมฟรี กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวก

ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชะอุ่ม สามารถมีบทบาท และชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี วัฒนธรรมต่าง ๆ เที่ยวงานวัน งานลอยกระทง งานนักขัตฤกษ์ งานกุศลอะไรก็ได้พอสมควร

ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำดื่มบริสุทธิ์สำหรับดื่ม

เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ดี ผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือ สโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกัน

เรื่องที่ผมจะเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ

ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ

เมียผมก็ต้องการโอกาสต่าง ๆ เช่นเดียวกับผม และเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัว

เมื่อแก่ ผมและเมียก็ควรได้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคม ซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมา

เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ

เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้ เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่น ๆ บ้าง