เวทีนานาชาติเพื่อการพัฒนาชนบทในวาระ 100 ปี อาจารย์ป๋วย

เรื่อง “การพัฒนาชนบทเพื่อขจัดความยากจนในเอเซีย”

หลักการและเหตุผล

ในปัจจุบัน ภาคชนบทในกลุ่มประเทศอาเซียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แต่ชนบทยังคงมีความสำคัญในภูมิภาคนี้ ในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตอาหารและพลังงานของอาเซียนและของโลกในขณะเดียวกันปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความไม่เป็นธรรมทางสังคม อันเป็นผลมาจากนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนซึ่งดำเนินติดต่อกันมาหลายทศวรรษยังคงดำรงอยู่ ทำให้ต้องมีการทบทวนสถานการณ์ของปัญหาและจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ที่ยังคงอาศัยอยู่ในภาคชนบทประเทศไทยในฐานะประธานความร่วมมือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา(G77) ในปี 2559 และยังเป็นหนึ่งในประเทศผู้ร่วมก่อตั้งประชาคมอาเซียน จึงควรเป็นผู้นำในการเปิดศักราชใหม่เพื่อทบทวนและกำหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความยากจนในภาคชนบทของประเทศในกลุ่มอาเซียน

ในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นับเป็นโอกาสที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอการพัฒนาเพื่อทบทวนและกำหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาดังกล่าว เนื่องจากศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งได้รับยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ทั้งนี้ท่านยังให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์และผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการริเริ่มและสนับสนุนโครงการพัฒนาชนบทเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างภาคชนบทกับภาคเมืองอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่จัดการศึกษาตามอุดมการณ์ของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มาเป็นเวลา 47 ปี จึงได้จัดทำโครงการประชุมวิชาการนานาชาติขึ้นในนามของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์

1. ทบทวนบทเรียน รูปแบบ แนวทางการพัฒนาชนบท

2. เพื่อแสวงหาแนวทางในการพัฒนาชนบทที่เหมาะสมสำหรับทศวรรษหน้า

3. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาชนบทที่เหมาะสมในบริบทของอาเซียน

4. เพื่อแสดงบทบาทการนำในด้านงานการพัฒนาชนบทของไทย และเชิดชูเกียรติภูมิของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

รูปแบบการจัดประชุม

1. เป็นการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ โดยมีการบรรยายพิเศษ การอภิปรายเป็นคณะ การประชุมกลุ่ม และการศึกษาดูงาน

2. เป็นเวทีสำหรับการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการปฏิบัติการด้านพัฒนาชนบท

3. มีการจัดทำข้อเสนอแนวทางในการพัฒนาชนบทถึงรัฐบาลในกลุ่มอาเซียน และสถาบันการเงินและ องค์การระหว่างประเทศ

องค์ปาฐก

บังเกอร์ รอย นักกิจกรรมทางสังคมชาวอินเดียและผู้ก่อตั้งวิทยาลัยเท้าเปล่า 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลกจากนิตยสาร Times ปี 2010 บังเกอร์ รอย ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

  • The Schwab Foundation for Outstanding Social Entrepreneurs, World Economic   Forum Geneva Switzerland September 2002
  • The Stockholm Challenge Award for Information Technology (Category Environment) Stockholm Sweden October 2002:
  • Tech Museum For Innovation Benefiting Humanity California November 2002:
  • St Andrews Prize for the Environment, Scotland May 2003:
  • The Ashden Award for Sustainable Energy London July 2003;
  • Tyler Prize April 2004 California USA:
  • The Skoll Foundation 2005:
  • The Guardian in London on 5th January 2008 identified Bunker Roy as one of the 50 Environmentalists in the world who could save the planet
  • April 2010 identified by TIME magazine as one of the 100 most influential people in the world. Bunker’ Roy – The 2010 TIME 100 – TIME
  • Blue Planet Prize November 2011
  • Clinton Global Citizen Award with Malala New York September 2013
  • Fellowship of the City and Guilds of London Institute (FCGI) UK 2016
  • Distinguished Educationist-Rocheston Accreditation Institute 555 Madison Ave. New York  2017
  • Princeton University Hon. Bachelor of Law June 2017

เวทีอภิปราย

การอภิปรายในแต่ละหัวข้ออภิปรายโดยกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่มีจำนวนตั้งแต่ 3-4 คน เป็นนักวิชาการและนักปฏิบัติที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาชนบท โดยอภิปรายใน 3 หัวข้อ ดังนี้
(1) ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน (2) สิทธิมนุษยชนและการเป็นประชาธิปไตย (3) ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต

วงสนทนาแลกเปลี่ยน

ผู้เข้าร่วมจะต้องแบ่งปันประสบการณ์หรือความรู้ในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ใน 3 หัวข้อข้างต้นนี้ โดยมีเวลา 7 นาที ในการนำเสนอ  ผลการนำเสนอจะถูกนำมาสรุปและนำเสนอในที่ประชุมร่วม เพื่อนำมาประมวลสรุปสำหรับนำเสนอในห้องประชุมใหญ่ต่อไป

การดูงานนอกสถานที่

ศึกษาดูงานในจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง

Final sessions

ผู้เข้าร่วมจะต้องแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่ม เพื่อจัดทำข้อเสนอ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 จัดทำ new proposal  แผนความร่วมมือระหว่างประเทศ

กลุ่มที่ 2 จัดทำข้อเสนอถึงรัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศ

ข้อเสนอที่ได้จากทั้ง 2 กลุ่ม ถือว่าเป็นสิทธิของวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์

สถานที่

โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ จังหวัดอุดรธานี

ระยะเวลา

1 – 4 สิงหาคม 2560

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. ได้แนวทาง รูปแบบ การพัฒนาชนบทที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ

2. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในการเป็นแกนนำเครือข่ายวิชาการและการพัฒนาชนบทในกลุ่มอาเซียน

3. รัฐบาลประเทศต่างๆ ที่มีผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้จะได้แนวทางในการกำหนดนโยบายพัฒนาชนบทที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ

4. เกิดเครือข่ายนักวิชาการ และนักพัฒนาชนบทในกลุ่มประเทศอาเซียน

กำหนดการ

วันที่ 1
10.00 – 18.00 น. ผู้เข้าร่วมการสัมมนาเดินทางจากประเทศต่างๆเข้าพักที่โรงแรมโรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ จังหวัดอุดรธานี
วันที่ 2
08.00 – 08.30  น. ลงทะเบียน
08.30 – 09.30  น. พิธีเปิด
09.30 – 10.45  น. ปาฐกถาโดย บังเกอร์ รอย (ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยเท้าเปล่า)
10.45 – 11.00  น. รับประทานอาหารว่าง
11.00 – 12.00  น. เวทีอภิปราย 1 (ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน)

  • ดร.วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง
  • ตัวแทนจากองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา สำนักงานภาคพื้นเอเชีย
  • Dr. Chris Oestereich ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะมูลฝอย วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ดร. ฮิโรยูกิ โคนูมะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.00 น. เวทีอภิปราย 2  (สิทธิมนุษยชนและการเป็นประชาธิปไตย)

  • ดร.ไทเรลล์ ฮาเบอร์คอร์น (มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย)
  • ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
  • อังคณา นีละไพจิตร (กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ)
14.00 – 14.45 น. รับประทานอาหารว่าง
14.45 – 15.45 น. เวทีอภิปราย 3  (ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต)

  • Dr. Ahmed Ashir (Grameen Communications and Kyushu University)
  • รศ.ดร.รศรินทร์ เกรย์ (มหาวิทยาลัยมหิดล)
  • และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
15.45 – 16.00 น. เกริ่นนำก่อนเข้าวงสนทนาแลกเปลี่ยน
16.00 – 17.00 น. วงสนทนาแลกเปลี่ยน (1)
18.00 – 21.00 น. Dinner Key Presentation / Welcome Party

การแสดง

วันที่ 3
08.15 – 08.30 น. Administrative/ general information
08.30 – 10.45 น. วงสนทนาแลกเปลี่ยน (2)
10.45 – 11.00 น. รับประทานอาหารว่าง
11.00 – 12.00 น. รายงานสรุปจาก 3 กลุ่ม
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 18.00 น. ศึกษาดูงาน 3 พื้นที่

  • เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนอำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู
  • สภาองค์กรชุมชนตำบลโพนทอง จังหวัดหนองคาย
  • สภาองค์กรชุมชนตำบลศรีสุทโธ อำเภอบ้านดุง
18.00 – 20.00 น. รับประทานอาหารเย็น
วันที่ 4
08.30 – 09.00 น. Administrative/ general information
09.00 – 10.30 น. แบ่งกลุ่มย่อย 2 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1จัดทำแผนความร่วมมือระหว่างประเทศ

กลุ่มที่ 2จัดทำข้อเสนอถึงรัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศ

10.30 – 10.45 น. รับประทานอาหารว่าง
10.45 – 11.15 น. การเสนอแผนความร่วมมือและข้อเสนอถึงรัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศ
11.15 – 12.00 น. ปัจฉิมกถาโดย อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. เป็นต้นไป เดินทางกลับ

 

ผู้เข้าร่วมประชุม

ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาชนบทจากประเทศต่าง ๆ  ได้แก่นักวิชาการผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานพัฒนาที่เกี่ยวข้องผู้นำชุมชน ตัวแทนชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาชุมชนของตนเองสื่อมวลชน และผู้สนใจอื่นๆ จำนวน 80 ถึง 100 คน ซึ่งมาจากกลุ่มประเทศต่าง ๆ  ดังนี้

1. ประเทศในกลุ่มอาเซียน 8 ประเทศหลัก ได้แก่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์  มาเลเซีย และไทย ประมาณประเทศละ 6-8 คน (ยกเว้นไทย อาจจะมีมากกว่า 10 คน)

2. ผู้สังเกตการณ์จากประเทศในเอเชียใต้ ได้แก่ ศรีลังกา เนปาล อินเดีย และภูฏาน

3. ผู้สังเกตการณ์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศในทวีปยุโรป ประเทศในกลุ่ม
อาเซียน + 6 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ฯลฯ)

4. ผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์เพิ่มเติมจากประเทศไทย

ผู้เข้าร่วมจากประเทศในกลุ่มอาเซียนจะได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรผู้จัดหรือภาคีความร่วมมือ โดยแต่ละประเทศจะมีตัวแทนจากหลากหลายอาชีพ ดังนี้

  • นักวิจัยหรือนักวิชาการ 2 คน
  • เจ้าหน้าที่รัฐบาล (เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานหรือผู้กำหนดนโยบาย) 2 คน
  • เจ้าหน้าที่จากภาคเอกชนและ/หรือ ผู้นำภาคประชาสังคม 2 คน

หมายเหตุ กลุ่มอาชีพผู้เข้าร่วมจากแต่ละประเทศสามารถปรับเปลี่ยนได้

ผู้เข้าร่วมคนอื่นจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหารและที่พักของตนเอง

อย่างไรก็ตาม หากประสงค์จะขอรับการสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พัก หรือค่าใช้จ่ายทั้งหมด จากองค์กรผู้จัด สามารถส่งคำขอมาล่วงหน้า ทั้งนี้การสนับสนุนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและวันที่ส่งใบสมัคร

วิธีการสมัคร

สมัครผ่านทางอีเมลถึงประธานคณะกรรมการจัดงานที่อีเมล jitti_m@yahoo.com หรือ สำนักเลขาธิการที่อีเมล pankhonputsa@gmail.com

ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่นี่

ทุนสนับสนุนการเข้าร่วมแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. ทุนสนับสนุนเต็มจำนวน (ไม่มีค่าสมัคร) สำหรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมที่ได้รับเชิญจาก

ประเทศในกลุ่มอาเซียนและเอเซียใต้ องค์กรผู้จัดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พัก

2. ทุนสนับสนุนบางส่วน (ชำระบางส่วน) ผู้เข้าร่วมท่านอื่นจากประเทศกลุ่มเป้าหมายและ

ประเทศอื่น จะต้องสมัครเพื่อขอการสนับสนุนจากคณะกรรมการการจัดงานล่วงหน้า โดยจะได้รับการสนับสนุนบางส่วน เช่น ค่าอาหารและที่พัก

3. ไม่มีทุนสนับสนุน (ชำระเองเต็มจำนวน) ผู้เข้าร่วมงานจะต้องดำเนินการจองที่พักและชำระค่าที่พักตลอดจนค่าอาหารด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามองค์กรผู้จัดจะไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานอภิปรายและการดูงานนอกสถานที่ โดยผู้เข้าร่วมจากประเทศที่มีความร่วมมือกับกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) สามารถติดต่อที่หน่วยประสานงานของรัฐบาลประเทศตนเองเพื่อโอกาสในการรับทุนจากกองทุน TICA

หน่วยงานที่รับผิดชอบและภาคีความร่วมมือ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ญี่ปุ่นสมาคมเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ (JSPS),  UNESCO’s MOST programme – Thailand, กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) และหน่วยงานอื่นๆ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ประธาน          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิตติ มงคลชัยอรัญญา
คณบดีวิทยาลัยพัฒนาศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โทร : 02-564-4440-79 ต่อ 1321 แฟกซ์ : 02-564-4429
อีเมล : jitti_m@yahoo.com

สำนักเลขาธิการคณะกรรมการจัดงาน       ดร.ปัณรสี ขอนพุดซา
โทร : 085-364-5489
อีเมล : pankhonputsa@gmail.com